หน้าแรก เศรษฐกิจ ก.ล.ต. กางไทม...

ก.ล.ต. กางไทม์ไลน์ ปรับเกณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัล ทยอยบังคับใช้คุ้มครองนักลงทุน โวระดมทุนได้แล้วกว่า 5.1พันล.

22.08.24 | 16:17 น.

ก.ล.ต. กางไทม์ไลน์ .ปรับเกณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัล ทยอยบังคับใช้คุ้มครองนักลงทุน โวระดมทุนได้แล้วกว่า 5.1พันล.


เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ไทม์ไลน์การปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย รวมทั้งการคุ้มครองผู้ลงทุนนั้น ขณะนี้มีผลใช้บังคับแล้ว ได้แก่ การเสนอขายโทเคนดิจิทัลกลุ่มความยั่งยืน การบริหารจัดการโครงการเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือโทเคนดิจิทัล การโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมี 4 เรื่องที่เริ่มต้นเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์พร้อมใช้ 2.โครงการ Digital Asset Regulatory Sandbox 3.การบริหารกิจการ (governance) ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และ 4.การยกระดับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดหลักเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งคาดการณ์ว่าเกณฑ์ที่ออกมาแล้ว รวมถึงเกณฑ์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการและที่กำลังจะตามมาอีก จะช่วยฟื้นคืนความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้มากขึ้น

นางสาวจอมขวัญ กล่าวว่า สำหรับเกณฑ์ที่คาดว่าจะออกมาใช้ได้ภายในไตรมาส 3-4/2567 ได้แก่ 1.การขออนุญาต ICO แบบกลุ่ม (Shelf Filing) 2.หลักเกณฑ์สนับสนุนให้มีผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสที่จะมีผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่หลากหลากมากขึ้น 3.การขอรับใบอนุญาตเพื่อสนับสนุนให้บริษัทหลักทรัพย์ช่วยขาย Investment Token และ 4.หลักเกณฑ์ด้านเงินทุนของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ส่วนเกณฑ์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะใช้ได้ในไตรมาส 2/2568 ได้แก่ 1.แนวปฏิบัติด้านการโฆษณาและส่งเสริมการขายของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 2.แนวปฏิบัติ KYC ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และ 3.การจัดส่งข้อมูลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงมีส่วนที่อยู่ระหว่างการรวบรวมความเห็นและพิจารณา อาทิ เปิดให้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล ให้บริการ Utility Token ที่มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อการอุปโภคบริโภคบางลักษณะได้

นางสาวจอมขวัญ กล่าวว่า ภาพรวมการเสนอขายโทเคนดิจิทัล พบว่ามีการขอรับใบอนุญาตเพื่อสนับสนุนให้บริษัทหลักทรัพย์ช่วยาย Investment Token ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่สนใจและอยู่ระหว่างหารือ จำนวน 16 ราย อาทิ Project-based ICO อย่างการลงทุนฟื้นฟูป่าชายเลน เพื่อให้ได้ Carbon Credit หรือการระดมทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กิจการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยในปัจจุบันการระดมทุน ICO ประสบความสำเร็จแล้ว 3 โครงการ มูลค่าประมาณ 5.1 พันล้านบาท ได้แก่ 1.Real estate- backed Token โดย บริษัท SPV 77 มูลค่า 2,400 ล้านบาท 2.Project-based Token โดยบริษัท สเปเชียล เดสทินี มูลค่า 265 ล้าน บาท และ 3.Real estate-backed Token โดยบริษัท เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล มูลค่า 2,400 ล้านบาท

Advertisement

“ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีพัฒนาการและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก.ล.ต. จึงต้องปรับปรุงกฎเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการระดมทุนโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี สนับสนุนการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทยให้มีคุณภาพ มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และผู้ลงทุนได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายไทย พร้อมทั้งส่งเสริมนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ” นางสาวจอมขวัญ กล่าว