ส.อ.ท.ชม ‘นายกฯอิ๊งค์’ โชว์ภาวะผู้นำรับฟังปัญหา สั่งทีมงานเร่งทำงานร่วมเอกชน
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังเข้าพบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ และยกระดับอุตสาหกรรมไทย ว่า จากการหารือ ส.อ.ท. ได้นำเสนอมาตรการ 2 ส่วนหลัก รวม 8 ข้อ ประกอบด้วย ข้อเสนอเร่งด่วน 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.การปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากสินค้านำเข้าที่ไม่มีคุณภาพ และการทุ่มตลาด 2.การส่งเสริมสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย และสินค้าที่ได้รับการรับรอง Made in Thailand : MIT 3.การลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เช่น ต้นทุนพลังงาน ต้นทุนแรงงาน 4.การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 5.การส่งเสิรมการค้าชายแดน และพัฒนาระบบโลจิสติกส์
นายอิศเรศ กล่าวว่า ข้อเสนอระยะกลาง-ยาว 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.การส่งเสริมอุตสาหกรรมและชิ้นส่วน เพื่อรักษาฐานการผลิตยานยนต์ของไทย 2.การพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และซอฟต์พาวเวอร์ในประเทศไทย 3.การปรับปรุ่งกฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อส่งเสริมให้มีการทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น (Ease of doing business) และเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นายอิศเรศ กล่าวอีกว่า ผลจากการหารือดังกล่าวพบว่าหลายประเด็นรัฐบาลมีการศึกษาเช่นกัน เพราะรู้ว่าเป็นปัญหา และต้องการช่วยเหลือภาคเอกชน โดยเฉพาะ น.ส.แพทองธาร ถือว่ามีจุดเด่นที่สำคัญ คือ รับฟังเสียงของเอกชน รวมถึงมีการจดบันทึกข้อมูล และหลายประเด็น นายกรัฐมนตรี และทีมงาน ต้องการให้มีการหารือเป็นรายสัปดาห์ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา และข้อสรุปที่ชัดเจน

“เมื่อทีมงานมีแนวทางหารือกับเอกชนใกล้ชิด นายกรัฐมนตรีเองก็เห็นพ้อง และคิดว่าน่าจะดำเนินการตามที่เสนอ เพราะต้องการแก้ไขปัญหาให้กับภาคเอกชน”นายอิศเรศกล่าว
นายอิศเรศ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี เอกชนยังพบว่าทีมงานของนายกรัฐมนตรีมีการผสมผสานระหว่างทีมงานชุดเก่า เช่น กระทรวงการคลังก็มากันครบทั้ง 3 คน ทั้งรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ รวมถึงทีมงานคนรุ่นใหม่ ดังนั้น จึงมองว่าน่าจะเป็นทีมที่มีศักยภาพ จากแนวคิดของคนรุ่นเก่า และรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ
นายอิศเรศ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในการสะท้อนความเห็นของภาคเอกชนเรื่องพลังงาน โดย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีความเข้าใจในประเด็นที่ภาคเอกชนต้องการ คือ การคืนเงินค่าประกันมิเตอร์ให้กับเอสเอ็มอี เพื่อบรรเทาผลกระทบในภาคเศรษฐกิจปัจจจุบัน โดยระบุว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ทำให้ส.อ.ท. เห็นถึงการทำงานร่วมกันในทิศทางที่ดี เพราะที่ผ่านมา กพช. จะเน้นการทำงานในเชิงแก้ปัญหา เช่น เรื่องค่าไฟ โดยเชื่อว่าควรจะต้องมีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงาน (กรอ.พลังงาน) เพื่อทำงานร่วมกัน และสะท้อนความเห็นก่อนขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ที่ประชุม กพช.ต่อไป
“ในการหารือร่วมกันดังกล่าว นายกฯ และทีมงานต้องการให้เพิ่มการสื่อสารระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของนายกฯ และการรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน โดยถือเป็นข้อดีที่เอกชนมองว่าจะนำไปสู่การแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจร่วมกันได้ หลังจากนี้เมื่อมีการตั้งคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จ จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป”นายอิศเรศกล่าว


