ตลาดงานแฟร์ไทยโตพุ่ง เศรษฐีจีนร่วมงานเพิ่ม 30% รับอานิสงส์วีซ่าฟรี
นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการบริหาร บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดเผยว่า เพื่อเดินหน้าตามแนวโน้มของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ในปี 2567 ศูนย์การประชุมสิริกิติ์มุ่งเน้นจัดงานตามกระแสที่เกิดขึ้น อาทิ งานเกี่ยวกับผู้สูงอายุ งานสัตว์เลี้ยง งานโออีเอ็ม สร้างแบรนด์ งานสร้างเจ้าของกิจการ และการขายของออนไลน์ ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตลอดทั้งปีคาดว่ารายได้ของศูนย์สิริกิติ์จะเพิ่มขึ้นประมาณ 7-8% เทียบจากปี 2566
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า กลุ่มประเทศประเทศเป้าหมายในด้านงานต่างๆ เป็นประเทศที่ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง เพื่อเชิญชวนมาจัดงานที่ไทย ได้แก่ กลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) โดยช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ทุกงานเทรดแฟร์ ที่ศูนย์สิริกิติ์จัดขึ้น พบว่า กลุ่มซีแอลเอ็มวีให้การตอบรับเป็นอย่างดี แต่ที่เห็นการเติบโตชัดเจนที่สุดในปี 2567 นี้ เป็นประเทศจีนมาเป็นที่ 1 ให้ความสนใจร่วมงานเทรดแฟร์ที่ศูนย์สิริกิติ์จำนวนมาก มีจำนวนมากกว่า 30% ของจำนวนทั้งหมดที่ร่วมเทรดแฟร์ที่ศูนย์สิริกิติ์ จึงเชื่อว่าประเทศไทยสามารถเป็นมาร์เก็ตเพลสสำหรับภูมิภาคนี้ได้แน่ เพราะสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่จัดงาน โดยเฉพาะการมีโรงแรมจำนวนมากไว้รองรับการเข้ามาของแขกต่างประเทศ ในราคาที่ไม่แพง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี และจีนให้ความสนใจเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เรื่องนี้จึงอยากให้รัฐบาลสนับสนุนให้ไทยเป็นมาร์เก็ตเพลสสำหรับภูมิภาคนี้ เพราะหลังโควิดตลาดต่างประเทศพื้นตัวชัดเจน ยกเว้นตลาดในประเทศที่ยังมีปัญหาเรื่องการบริโภคภายในประเทศ
“มองย้อนในช่วงปี 2566 มีธุรกิจหรือโรงงานจีนที่เข้าร่วมเทรดแฟร์ไม่มากนัก แต่ในปีนี้จีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอาจจะเกิดการความสะดวกสบาย หลังรัฐบาลเปิดมาตรการวีซ่าฟรี ในแง่ธุรกิจถือว่ามีประโยชน์ แต่เรื่องการดูแลการทำให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถือเป็นเรื่องของภาครัฐที่จะต้องตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มแข็ง เพราะกลุ่มบริษัทที่เข้าร่วมงานต่างมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นไปตามกฎหมาย ทุกบริษัทต้องได้มาตรฐานจากประเทศต้นทาง เพราะหลายสินค้าต้องสัมผัสร่างกายและเป็นการหารการกิน” นายศักดิ์ชัย กล่าว
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ล่าสุดจัดงาน Food & Hospitality Thailand 2024 จัดระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม 2567 ถือเป็นงานสำคัญที่ผู้อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวต้องเข้าเยี่ยมชม เพราะนอกจากจะมีการจัดแสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นด้านธุรกิจท่องเที่ยวแล้ว ยังมีบริการและโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวกว่า 3,000 แบรนด์ จาก 18 ประเทศ ในงานนี้ก็ได้รับความสนใจจากธุรกิจในต่างประเทศจำนวนมาก และในจำนวนนี้ประเทศจีนก็มีสัดส่วนการร่วมงานไม่ต่ำกว่า 30% ของผู้ร่วมงานทั้งหมดเช่นกัน

