เปิดประเทศใช้ถุงยางอนามัยมากสุดในโลก ‘จีน’ นำโด่งปีละ 7,000 ล้านชิ้น ส่วน ‘ไทย’ ยังใช้น้อย
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายวิศิษย์ ฐิรายุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR ผู้ผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัย เปิดเผยว่า ตลาดถุงยางอนามัยทั่วโลกในปัจจุบันมีมูลค่าถึง 200,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5-7% โดย 5 ประเทศที่ใช้ถุงยางอนามัยมากที่สุด ได้แก่ จีน มีปริมาณการใช้ปีละ 7,000 ล้านชิ้น ตามมาด้วยประเทศอเมริกา อินเดีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศไทยมีปริมาณการใช้น้อยกว่าตลาดโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่า 1,500 ล้านบาท เติบโตปีละ 7% ใกล้เคียงกับตลาดโลก
“บริษัทกลับมาต่อสัญญากับ PLBY Group, Inc. เจ้าของเครื่องหมายการค้าแบรนด์ PLAYBOY ในรอบ 4 ปี เพื่อผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยพรีเมียมยี่ห้อ ‘เพลย์บอย’ และเจลหล่อลื่น ยาว 30 ปี ทั้งตลาดในไทยและทั่วโลก อาทิ อเมริกา จีน รวมถึงตลาดใหม่อย่าง อินเดีย เวียดนาม แอฟริกา มีกลุ่มเป้าหมายเป็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยอายุตั้งแต่ 13 ปี จากเมื่อ 10 ปีก่อน จะเริ่มใช้เมื่ออายุ 17-18 ปี อีกทั้งเชื่อว่าจากสังคมคนโสดและกลุ่มแอลจีบีทีคิว จะยิ่งทำให้ตลาดถุงยางอนามัยมีโอกาสเติบโตเพิ่มเป็นปีละ 8-10%” นายวิศิษย์กล่าว

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ นายวิศิษย์กล่าวว่า จะเริ่มผลิตและจำหน่ายได้ภายในปี 2568 ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บริษัทมีรายได้รวม 3,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี โดยมาจากการขายเพลย์บอย 2,000 ล้านบาท ด้วยสัดส่วนการผลิต 30-40% ของทั้งหมด โดยสิ้นปี 2567 นี้ คาดจะมีรายได้รวมประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสามารถทำรายได้ 1,000 ล้านบาท
ด้าน นายอมร ดารารัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TNR PLC กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มองถุงยางอนามัยเป็นเพียงอุปกรณ์การคุมกำเนิดและป้องกันโรค แต่ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับการมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการเลือกใช้งานถุงยางอนามัยที่แสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ และตัวตนของผู้ใช้ รวมไปถึงภาพลักษณ์แบรนด์ที่น่าเชื่อถือ การร่วมมือกันระหว่าง TNR PLC และ PLBY Group, Inc. ในครั้งนี้ จึงตอบโจทย์และนับเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กรไว้ด้วยกัน
สำหรับ TNR PLC ก่อตั้งมากว่า 31 ปี มีความเชี่ยวชาญในการผลิตถุงยางอนามัยจากน้ำยางธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง พร้อมกับมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตสูงสุด 2,000 ล้านชิ้นต่อปี และส่งออกไปขายกว่า 100 ประเทศทั่วโลก


