นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการตรวจสอบกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า ทีโอที มีส่วนในการรับสินบน บริษัท เจเนอรัล เคเบิล คอร์ปอเรชัน โดยล่าสุดทางคณะกรรมการตรวจสอบกรณีถูกกล่าวอ้างรับสินบน ได้ขอเลื่อนระยะเวลาการสรุปผลการตรวจสอบออกไป เนื่องจากขณะนี้อยู่ในระหว่างการขอข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องเพิ่ม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.), เจเนอรัล เคเบิล และ กระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกา ซึ่งในส่วนของผลการตรวจสอบภายในของทีโอทีเอง ได้มีการตรวจสอบเอกสาร และเชิญผู้เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวทั้งหมดมาชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้หากหน่วยงานภายนอกไม่ได้ทำการส่งข้อมูลมาให้ทีโอทีตามที่มีการร้องขอ ทางทีโอที ก็จะอาจจะต้องขอสรุปข้อมูลตามข้อเท็จจริงเฉพาะข้อมูลภายในที่ได้มีการตรวจสอบในครั้งนี้ แต่ก็อาจเปลี่ยนแปลงผลการตรวจสอบได้เมื่อได้รับข้อมูลที่จัดเจนในภายหลัง
นายมนต์ชัย กล่าวว่า สำหรับผลการตรวจสอบกรณีการถูกกล่าวอ้างมีการรับสินบน เฉพาะการตรวจสอบภายในของทีโอที พบว่า ทางทีโอที ได้มีการซื้อเคเบิ้ล จาก เจเนอรัล เคเบิล ในช่วงระหว่างปี 2553-2558 รวมเป็นเงินทั้งสิ้นราว 100 ล้านบาท โดยเป็นการจัดซื้อผ่านบริษัทลูกของ เจเนอรัล เคเบิล คือ บริษัท Phelps Dodge International (Thailand) Ltd. หรือ PDTL ผ่านวิธีการประมูลอิเล็กทรอนิกส์(อี-ออกชั่น) อีกทั้งการจัดซื้อดังกล่าวยังตรงกับที่กำหนดร่างหลักเกณฑ์การประมูล(ทีโออาร์) อย่างจัดเจน ฉะนั้นในเบื้องต้นจากการตรวจสอบจึงยังไม่พบความผิดในกระบวนการจัดซื้ออุปกรณ์ เคเบิล กับทาง PDTL ของทางทีโอทีเอง
“ในการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าไม่น่ามีประเด็นปัญหา เพราะการเลือกซื้ออุปกรณ์ก็ใช้วิธี อี-ออกชั่น อีกทั้งวงเงินรวมที่ซื้อก็น้อย ซึ่งจริงๆแล้วในแต่ละปีทีโอทีเองก็ซื้อสายเคเบิล เป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท แต่ทั้งนี้หากกรณีนี้เกิดพบว่ามีผู้กระทำผิดจริง ถึงเป็นมูลค่าน้อยแค่สลึงเดียว แต่ผิดก็ถือว่าผิด” นายมนต์ชัย กล่าว

