หน้าแรก เศรษฐกิจ สุรพงษ์ สั่ง ...

สุรพงษ์ สั่ง ขร.-รฟท. ลงพื้นที่หาสาเหตุอุโมงค์ถล่ม พร้อมตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้าง

25.08.24 | 15:31 น.

สุรพงษ์ สั่ง ขร.-รฟท. ลงพื้นที่หาสาเหตุอุโมงค์ถล่ม พร้อมตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้าง

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับรายงานเหตุการณ์อุโมงค์คลองไผ่ถล่ม และมีผู้สูญหายจำนวน 3 ราย จากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เบื้องต้นทราบว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2567 เวลาประมาณ 23.00 น. เกิดเหตุอุโมงค์คลองไผ่ ของสัญญา 3-2 งานก่อสร้างอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ในระหว่างการก่อสร้าง ดินหลังคาอุโมงค์ได้พังถล่มลงมาทับคนงานก่อสร้างและรถแบ๊กโฮ ใกล้เคียงสถานีรถไฟคลองขนานจิตร โดยจุดที่ดินถล่มห่างจากปากทางอุโมงค์ ระยะทางประมาณ 2-3 กม. และได้รับแจ้งว่ามีบุคคลสูญหาย จำนวน 3 ราย ได้แก่


  1. นายหูเสียงหมิ่น เพศชาย สัญชาติจีน (ผู้ควบคุมงาน)
  2. นายตงชิ่นหลิน เพศชาย สัญชาติจีน (ขับแบ๊กโฮ)
  3. แรงงานชาวพม่า ไม่ทราบชื่อ (ขับรถบรรทุก)

ทั้งนี้ นายสุรพงษ์กล่าวว่า ภายหลังจากได้รับรายงาน รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและห่วงใยผู้สูญหาย โดยได้กำชับให้กรมการขนส่งทางรางและการรถไฟแห่งประเทศไทยลงพื้นที่หาสาเหตุ ตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟทุกแห่งให้มีความปลอดภัย หากพบว่ามีการข้ามขั้นตอนการก่อสร้างให้ระงับการก่อสร้างชั่วคราวไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจก่อนดำเนินการก่อสร้างต่อ และกำหนดแนวทางการป้องกัน พร้อมทั้งให้ รฟท.ประสานหน่วยกู้ภัยในพื้นที่และผู้รับจ้างงานก่อสร้างอำนวยความสะดวก เพื่อเร่งดำเนินการตักดินที่ถล่ม และเร่งค้นหาผู้สูญหายอย่างเต็มความสามารถ

“กรมการขนส่งทางรางและการรถไฟแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีและหน้าที่ความปลอดภัยอยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุ เมื่อได้ความชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป โดยล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. ยังไม่พบผู้สูญหาย โดยยังคงดำเนินการตักดินและกู้ภัยอย่างต่อเนื่อง โดยจากนี้มีข้อสั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบและเฝ้าระวังงานขุดอุโมงค์ของรถไฟทั่วประเทศให้อยู่ในมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด” นายสุรพงษ์กล่าว

Advertisement

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ทางด้านกรมการขนส่งทางรางนั้น ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบหาข้อมูลถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมาย ดำเนินการกำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือ และแผนการกู้สถานการณ์ โดยคำนึงทั้งด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และกฎหมาย อีกทั้งเร่งตรวจสอบสัญญา ความรับผิดชอบ และประกันภัย รวมทั้งมาตรการเยียวยากับผู้เสียหาย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความระมัดระวัง ป้องกันการสูญเสียซ้ำซ้อน