หน้าแรก เศรษฐกิจ สำนักงานสลากฯ...

สำนักงานสลากฯ สัญจร สกลนคร เดินหน้าหวยเกษียณรับสังคมสูงวัย เพิ่มรายได้1.3 หมื่นล้านต่อปี

25.08.24 | 17:28 น.

สำนักงานสลากฯ สัญจร สกลนคร เดินหน้าหวยเกษียณรับสังคมสูงวัย เพิ่มรายได้1.3 หมื่นล้านต่อปี

วันที่ 25 สิงหาคม ที่ห้องพระธาตุเชิงชุม ศาลากลางจังหวัดสกลนคร กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จัดโครงการสลากเกษียณ สัญจรทั่วไทย โดย กอช. เป็นครั้งที่ 3 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีนายราชันย์ ซุ้นหั้ว รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี มีนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวให้การต้อนรับ ภายในงานได้จัดเสวนา หัวข้อ สลากเกษียณ วิชั่นใหม่การออมรับสังคมสูงวัย นำโดยนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม กรรมการกองทุนการออมแห่งชาติและประธานอนุกรรมการส่งเสริมการออมและสมาชิกสัมพันธ์ นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ นายทวีป วุฒิบาทุกาจิตต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และนายณัฏฐวุฒิ ธรรมศิริ ผู้อำนวยการกองนโยบายการออมและการลงทุนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

โดยนายบุญธรรมกล่าวว่า สลากเกษียณมีแนวคิดมาจากสิ่งที่คนไทยชื่นชอบ อย่างการลุ้นโชคและการเผชิญกับความท้าทายของสังคมสูงวัย ทำให้หลายคนมีเงินเก็บที่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในวัยเกษียณ รัฐบาลต้องแบกรับภาระงบประมาณผู้สูงอายุกว่า 8 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มสูงขึ้นเพราะหากต้องการเพิ่มเงินให้ผู้สูงอายุ ในระดับที่เพียงพอ งบประมาณจะต้องเพิ่มขึ้นถึง 4-5 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งไม่สามารถทำได้ จึงต้องอาศัยกลไกที่กระตุ้นให้คนไทยเริ่มเก็บออมตั้งแต่อายุยังน้อย มาทำให้เกิดประโยชน์ และเกิดการออมเพื่อการเกษียณอย่างยั่งยืน โดยที่สลากเกษียณซื้อแล้วเงินไม่หายเงินที่ซื้อจะเปลี่ยนเป็นเงินออม แถมยังได้ลุ้นรางวัลเงินล้าน ทุกวันศุกร์ หากถูกรางวัล ก็สามารถรับเงินได้ทันที แต่เพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำ ไม่ให้ผู้ที่มีรายได้สูงกว้านซื้อ จึงได้จำกัดให้ซื้อได้ ไม่เกินเดือนละ 3,000 บาทต่อคน

ด้านนายณัฏฐวุฒิกล่าวว่า จากข้อมูลปี 2566 ที่ผ่านมา ภาครัฐใช้งบประมาณ 15% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ในการดูแลหลักประกันรายได้ของประชาชน ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากปี 2556 ที่มีสัดส่วน 9.77% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทำให้ต้องมีการเตรียมความพร้อม และบริหารการจัดเก็บรายได้และการใช้จ่าย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของภาครัฐในระยะยาว โดยสลากเกษียณเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออมเงิน ที่จะสร้างความมั่นคงด้านรายได้เมื่อชราภาพ และลดภาระงบประมาณในระยะยาว ซึ่งงบประมาณจำนวน 780 ล้านบาทต่อปี ที่รัฐจัดสรรเป็นเงินรางวัล จะสามารถเพิ่มเงินออมเพื่อการเกษียณของแรงงานนอกระบบทั้งระบบได้ถึงปีละ 1.3 หมื่นล้านบาท

ด้านนางสาวจารุลักษณ์กล่าวว่า กอช. เป็นกองทุนภาคสมัครใจ ที่รัฐจัดให้กับแรงงานนอกระบบ นักเรียน นักศึกษา ชาวไร่ ชาวนา ที่มีอายุตั้งแต่ 15-60 ปี และไม่มีสวัสดิการอื่นรองรับ สามารถออมเงินได้ตามความสมัครใจ ขั้นต่ำ 50 บาท สูงสุด 30,000 บาทต่อปี และรัฐสมทบสูงสุด 100% แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี ปัจจุบัน กอช. มีสมาชิกทั้งสิ้น 2.6 ล้านคน ซึ่งนโยบายนี้จะมาช่วยกระตุ้นให้เกิดการออมที่มากขึ้น เบื้องต้นได้กำหนดเกณฑ์ผู้มีสิทธิซื้อสลากไว้ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.สมาชิก กอช. 2.ผู้ประกันตนมาตรา 40 และ 3.แรงงานนอกระบบ และขอแนะนำให้ท่านที่มีสิทธิสมัครสมาชิก กอช. สามารถสมัครได้เลย และเมื่อสลากเกษียณเริ่มจำหน่าย ก็จะซื้อได้ในทันที และยังได้รับเงินสองทางเมื่อเกษียณอายุอีกด้วย คาดว่านโยบายนี้จะสามารถเพิ่มจำนวนสมาชิก ได้กว่า 5 ล้านคน ภายใน 3 ปี

Advertisement

นางสาวจารุลักษณ์กล่าวอีกว่า สลากเกษียณ มี 2 รางวัล รางวัลที่ 1 จำนวน 1 ล้านบาท 5 รางวัล และรางวัลที่ 2 จำนวน 1,000 บาท 10,000 รางวัล จำหน่ายผ่านแอพพลิเคชั่น กอช. ประกาศผลรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. โดยผู้ถูกรางวัลจะได้รับเงินไม่เกินวันถัดไป และถอนเงินรางวัลได้ทันที ส่วนคนที่ไม่ถูกรางวัล เงินที่ซื้อสลากจะถูกเก็บเป็นเงินสะสม ถอนคืนได้เมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ในรูปแบบเงินบำเหน็จ และเงินที่ฝากไว้จะถูกนำไปลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทน ซึ่งสลากออมทรัพย์ฯอยู่ระหว่างการพิจารณาแก้กฎหมาย พ.ร.บ. กอช. คาดว่าจะสามารถดำเนินโครงการนี้ ไตรมาส 1/2568