ส.โรงแรม ชี้กาสิโนคอมเพล็ก รัฐต้องเดินหน้ารัดกุมสูงสุด ล้อมกรอบมอมเมาประชาชนเต็มรูปแบบ
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า การผลักดันธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็ก ที่รวมกาสิโนถูกแบบถูกกฎหมายเข้าไปด้วยนั้น ส่วนนี้อยากให้รัฐบาลทบทวนสถานที่ตั้งและเงื่อนไขของผู้ที่สามารถเข้าใช้บริการได้อีกครั้ง โดยมองว่าสถานที่ที่ตั้งควรให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติมากที่สุด ยกตัวอย่างภาพในต่างประเทศ อาทิ ลาสเวกัส นำกาสิโนไปตั้งในทะเลทราย ทำให้เกิดเมืองใหม่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจขึ้นมาได้ จึงประเมินว่าการทำเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็ก ควรไปตั้งในจังหวัดที่การพัฒนายังเข้าไม่ถึง ประเทศไทยยังมีอีกหลายจังหวัดที่ต้องการการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ต้องดูว่าจังหวัดไหนเศรษฐกิจไม่ดี มีพื้นที่กว้างๆ สามารถสร้างงานเพื่อพัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ขึ้นมา
“รัฐบาลควรต้องการเลือกพื้นที่ตั้งให้เหมาะสมที่สุด เพื่อให้การพัฒนาเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็ก สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยได้อย่างสูงสุด รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขของผู้ที่จะสามารถเข้าใช้บริการได้ อย่างหากเป็นคนไทยการกำหนดเม็ดเงินที่มี อยู่ที่ 5,000 บาทก็สามารถเข้าเล่นได้ แบบนี้ถือว่ากำหนดไว้ต่ำมาก ควรทำให้รอบคอบกว่านี้ กำหนดให้รัดกุม มีความเข้มข้นมากกว่านี้ เพื่อป้องกันการเปิดช่องโหว่ที่จะสร้างปัญหาสังคมตามมา ส่วนกลุ่มที่จะไม่สามารถเข้าใช้บริการได้เลย คือ กลุ่มข้าราชการ นักการเมืองทั้งหมด ควรห้ามเข้าใช้บริการเลย” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจโรงแรม ขณะนี้ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่พักที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อเป็นที่พักมาตั้งแต่แรก โดยสมาคมฯ อยู่ระหว่างเตรียมสำรวจหน่วยงานราชการที่ทำกิจการห้องพักราคาถูก และเปิดรับจัดเลี้ยงให้คนทั่วไปใช้บริการ อาทิ วัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีสถานที่ที่เปิดให้บริการแบบผิดวัตถุประสงค์เพิ่มมากขึ้น บางแห่งไม่มีการขออนุญาตเป็นโรงแรม ที่พัก ไม่มีใบอนุญาตทำโรงแรม แต่ให้เหตุผลในการประกอบธุรกิจเป็นสถานที่พักแรมว่า เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้เรียนและปฏิบัติจริง ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถทำได้
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมและที่พักของไทยในกลุ่มผู้ประกอบการที่ทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต้องบอกว่าเรามีต้นทุนที่สูงมาก ซึ่งเฉพาะต้นทุนธุรกิจก็สูงมากอยู่แล้ว ยังรวมถึงเรื่องของต้นทุนค่าจ้างแรงงาน ที่รัฐบาลเตรียมประกาศเพิ่มขึ้นอีกเป็น 400 บาทต่อวัน และให้แนวทางไว้ว่าในปี 2570 ก็จะเพิ่มเป็น 700 บาทต่อวัน ทำให้โรงแรมในประเทศไทยนอกจากจะแข่งขันกับโรงแรมเถื่อนแล้ว ยังต้องแข่งกับการทำกิจการของสถานที่อื่นๆ อย่างวัด มหาวิทยาลัย อีกด้วย ซึ่งบางแห่งมีที่พักเป็น 100 ห้อง สามารถจัดเลี้ยง จัดงานแต่งโดยรองรับแขกร่วมงานได้เป็น 1,000 คน ขนาดให้บริการใหญ่มาก ถือว่าเป็นการทำลายอุตสาหกรรมโรงแรมของไทยแบบทั้งระบบ
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลต้องทบทวนอย่างจริงจัง เพราะถามว่าวัด โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย สามารถดำเนินการในเรื่องของที่พักได้หรือไม่ ความจริงสามารถทำได้ แต่ต้องดำเนินการแบบภายใน คือจัดให้กับบุคคลากรภายในหน่วยงานของตัวเอง แต่ไม่ใช่ให้บริการเพื่อหวังกำไร และให้บริการคนภายนอก บริการจัดงานแต่งที่จุคนได้กว่า 1,000 คน เพราะถือว่าขนาดงานที่ใหญ่มาก ไม่สมเหตุสมผลในการให้บริการได้เฉพาะบุคลากรภายใน และที่สำคัญ ทั้งวัดและมหาวิทยาลัย เวลาต้องปรับปรุงสถานที่ อาคารต่างๆ สามารถใช้งบประมาณของภาครัฐในการปรับปรุงได้ แตกต่างจากโรงแรมจริงๆ ที่หากถึงเวลาต้องปรับปรุงสถานประกอบการของตัวเอง ก็ต้องใช้งบของธุรกิจ หรือเงินกู้จากธนาคารเท่านั้น จึงถือว่าไม่เป็นธรรมกับโรงแรมอย่างมาก

