หน้าแรก เศรษฐกิจ โฆษก ตลท.รอรั...

โฆษก ตลท.รอรัฐบาลใหม่กดปุ่มกองทุนวายุภักษ์หนุนดัชนี-ฟื้นความเชื่อมั่น

25.08.24 | 18:57 น.

โฆษก ตลท.รอรัฐบาลใหม่กดปุ่มกองทุนวายุภักษ์หนุนดัชนี-ฟื้นความเชื่อมั่น

นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ และโฆษกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า หลังจากมีนายกรัฐมนตรีใหม่ รวมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ที่คาดว่าจะชัดเจนภายในเดือนสิงหาคมนี้ มาตรการที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน อาทิ กองทุนไทยอีเอสจี และกองทุนวายุภักษ์ หากสามารถทำให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเป็นกลไกสำคัญทำให้บรรยากาศของตลาดหุ้นไทยกลับมาดีขึ้นได้ และเป็นประโยชน์ต่อตลาดทุนไทย โดยในด้านการฟื้นความเชื่อมั่น มองว่าหากมีกองนี้เกิดขึ้น จะมีเม็ดเงินเข้ามาในตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติม รวมถึงกองทุนวายุภักษ์ ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลเอง การันตีผลตอบแทนให้ด้วย แบบนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น ไม่ถูกโปรแกรมหลอกลวงต่างๆ อีก จึงมองว่าหากมีการสานต่อตรงนี้รวดเร็ว เอาแค่เรื่องนี้ก่อนยังไม่ต้องมีเรื่องอื่น ก็สามารถดึงบรรยากาศเชิงบวกกลับคืนมาได้แล้ว


นายรองรักษ์ กล่าวว่า การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ตลาดทุนไทย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นเหมือนภาพที่ผ่านมา ตลท.มีการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้เข้มข้นขึ้นในการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ตลท.เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการลงทุนของตลาดหุ้นไทยให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การกำหนดเวลาขั้นต่ำของการเสนอซื้อขายหลักทรัพย์ก่อนที่จะสามารถแก้ไขหรือยกเลิก (Minimum Resting Time) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเสนอซื้อขายในลักษณะใส่-ถอนที่มีความถี่ จนอาจทำให้หรือทำให้ผู้ลงทุนทั่วไปเข้าใจผิดว่ามีความต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในปริมาณมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าพอมีเครื่องมือเหล่านี้แล้วดัชนีหุ้นจะปรับตัวขึ้นทันที แต่มีขึ้นเพื่อปกป้องนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากกว่า

นายรองรักษ์ กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นหรือลงของดัชน้หุ้นไทยมีหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เป็นปัจจัยสำคัญ เพราะหากไปดูแล้วพบว่า ผลประกอบการ บจ.ออกมาดี หุ้นก็จะปรับตัวขึ้น รวมถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทย ที่จีดีพีไตรมาส 2/2567 ออกมาดูดีกว่าที่คาดไว้ แม้ยังเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในอาเซียน แต่ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้หากภาพดีขึ้นสอดคล้องกันทั้งเศรษฐกิจและผลกำไร บจ.ก็จะทำให้ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นในภาพรวมได้

“มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล สิ่งที่ภาครัฐอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ เม็ดเงินจะกระจายเข้าสู่ บจ.ด้วยเช่นกัน ทำให้หากธุรกิจมีเม็ดเงินมากขึ้น ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น สะท้อนมาที่ราคาหุ้น สุดท้ายก็สะท้อนถึงระดับดัชนีหุ้นในภาพรวมด้วย“ นายรองรักษ์ กล่าว

Advertisement