หน้าแรก เศรษฐกิจ สามารถแฉ ร.ฟ....

สามารถแฉ ร.ฟ.ท.กำหนดราคารางรถไฟทางคู่สูงเว่อร์ แพงกว่าราคาจริงเกิน70%

25.02.17 | 10:26 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าฯกทม.โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า รางรถไฟทางคู่แพงเว่อร์สูงกว่าราคาจริงเกิน 70% มีรายละเอียดดังนี้

ผมดีใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กระตือรือร้นและเอาจริงเอาจังที่จะทำให้การประมูลจัดซื้อจัดจ้างดำเนินไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดซื้อจัดจ้างในการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งในขณะนี้มีการประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 5 โครงการ และกำลังจะมีการประมูลอีกหลายโครงการ ผมเห็นด้วยที่รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะก่อสร้างรถไฟทางคู่ ขนาดรางกว้าง 1 เมตร ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย เพราะรถไฟทางคู่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง

ผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่หลายบทความตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2559 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาตั้งแต่การซื้อซองเอกสารประกวดราคาระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 6 มกราคม 2560 จนถึงวันก่อนยื่นเอกสารประกวดราคาในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 หลังจากนั้นผมได้หยุดเขียนไประยะหนึ่ง เพื่อรอฟังผลว่า ร.ฟ.ท.จะประกาศให้ผู้รับเหมารายใดบ้างที่มีสิทธิยื่นเสนอราคาในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 แต่ ร.ฟ.ท.ก็เลื่อนประกาศผลออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ผมทราบมาว่าเหตุที่ต้องเลื่อนประกาศรายชื่อผู้รับเหมาที่มีสิทธิยื่นเสนอราคาออกไปก็เพราะว่ามีความพยายามที่จะทำให้ผู้รับเหมาขนาดกลางที่เข้ายื่นเอกสารประกวดราคาด้วยซึ่งมีอยู่ 2 กลุ่ม มีคุณสมบัติไม่ครบ ไม่สามารถเข้าเสนอราคาได้ ทั้งนี้ มีผู้รับเหมายื่นเอกสารประกวดราคาทั้งหมด 7 กลุ่ม แต่มีโครงการอยู่ 5 โครงการ ดังนั้น จะต้องทำให้ผู้รับเหมาขนาดกลาง 2 กลุ่ม หมดสิทธิเข้าเสนอราคา ก็จะเหลือผู้รับเหมา 5 กลุ่ม ซึ่งเป็นผู้รับเหมาขนาดใหญ่ เท่ากับจำนวนโครงการ แต่ถ้าปล่อยให้ผู้รับเหมาขนาดกลางเข้าเสนอราคาเพื่อแข่งขันกับผู้รับเหมาขนาดใหญ่ได้ ก็อาจจะทำให้ผู้รับเหมาขนาดใหญ่แพ้ประมูลหรือไม่ได้งานก็ได้

ด้วยเหตุนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้าง ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 11/2560 ขึ้นมาเมื่อวานนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2560) จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่ หากคณะกรรมการจะทบทวนการประมูลดังนี้

Advertisement

1.ทบทวนราคากลางของทั้ง 5 โครงการ ให้ละเอียดรอบคอบทุกรายการ เพราะมีบางรายการที่ ร.ฟ.ท.กำหนดราคากลางสูงเกินความเป็นจริง เช่น ราคาเหล็กรางรถไฟ ซึ่ง ร.ฟ.ท.กำหนดราคากลางไว้ที่ 37,143 บาท/ตัน ในขณะที่ผู้รับเหมาสามารถซื้อได้ในราคาประมาณ 21,600 บาท/ตันเท่านั้น นั่นคือ ต่ำกว่าราคากลางถึง 72% เมื่อตัวเลขส่วนต่างสูงเช่นนี้ ทำให้ผมเชื่อว่าจะต้องมีราคากลางอีกหลายรายการที่ตั้งราคาไว้สูงเกินจริง ซึ่งหากคณะกรรมการตรวจสอบอย่างจริงจังก็จะช่วยประหยัดงบประมาณของประเทศได้เป็นจำนวนมาก เพราะ ร.ฟ.ท.จะต้องก่อสร้างรถไฟทางคู่อีกหลายโครงการ

2.แบ่งงานก่อสร้างออกเป็นหลายตอน โดยให้งานแต่ละตอนมีมูลค่าโครงการประมาณ 5,500 ล้านบาท เพื่อให้ผู้รับเหมาขนาดกลางสามารถเข้าแข่งขันกับผู้รับเหมาขนาดใหญ่ได้ ซึ่งจะทำให้ค่าก่อสร้างถูกลง ช่วยประหยัดงบประมาณได้จำนวนมาก เหตุที่ผมเสนอให้มีมูลค่าโครงการประมาณ 5,500 ล้านบาท ก็เพราะว่าต้องการให้เป็นโครงการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป อนึ่ง การประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่ทั้ง 5 โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนี้นั้น ไม่มีการแบ่งงานก่อสร้างออกเป็นตอนๆ ทำให้แต่ละโครงการมีวงเงินสูงกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทุกโครงการ

3.ทบทวนข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (Terms of Reference) หรือทีโออาร์ รวมทั้งข้อกำหนดทางเทคนิค (Specifications) หรือสเปก ให้มีความเป็นธรรม ไม่มีการล็อกสเปกให้ผู้รับเหมาหรือผู้ผลิตรายหนึ่งรายใด ซึ่งจะทำให้มีการแข่งขันกันอย่างจริงจัง ส่งผลให้ประหยัดงบประมาณได้

ดังนั้น แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ประธานบอร์ดคนใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ไปแล้ว และกำลังจะมีผู้ว่าการคนใหม่ด้วยก็ตาม แต่หากไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานแบบเดิมๆ การรถไฟแห่งประเทศไทยก็จะยังคงเป็นแดนสนธยาเช่นเดิม