ประธานบอร์ดตลท. ชู 3 ยุทธศาสตร์ฟื้นความเชื่อมั่น ลุยศึกษามาตรการลดภาษีจากการลงทุน
นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความท้าทายรอบด้าน รวมถึงเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และความต้องการของผู้ลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป ความสามารถในการการปรับตัวจึงไม่ใช่เพียงความได้เปรียบแต่เป็นความจำเป็น โดยเฉพาะตลาดทุนไทย ที่ยืนอยู่ท่ามกลางพายุระบบการเงินโลก ความไม่แน่นอนทางการเมือง และภาวะโรคระบาดในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็สามารถพิสูจน์ความยืดหยุ่นของตัวเองจนผ่านสถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆ มาได้ โดยได้วางบทบาทของตลาดทุนไทยในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยยุทธศาสตร์ 3 หลัก ได้แก่ 1.ความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่น 2.การเพิ่มขีดความสามารถของตลาดทุนไทย และ 3.การส่งเสริมความยั่งยืน เพื่อมุ่งหน้าสู่การเป็นตลาดทุนสำหรับทุกคนเพื่อมุ่งสู่อนาคต
นายกิติพงศ์ กล่าวว่า ปัจจัยเชิงบวกเฉพาะตัวในประเทศไทย เป็นเรื่องการฟื้นคืนกองทุนวายุภักษ์ ที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจ ขณะที่ยังสามารถสนับสนุนการพัฒนาตลาดหุ้นไทยได้ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เสนอเครื่องมือที่ดีขึ้นสำหรับให้ผู้ลงทุนประเมินบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และยังร่วมมือกับ FTSE RUSSELL เข้าประเมิน ESG บริษัทจดทะเบียนไทย รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ESG ใหม่ และการสนับสนุนธุรกิจครอบครัว ตัวเลขที่น่าสนใจคือ 67% ของบริษัทจดทะเบียนเป็นธุรกิจครอบครัว ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้พัฒนาโครงการเพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจครอบครัวให้สามารถเติบโต และส่งต่อธุรกิจสู่รุ่นลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงตลาดทุนกับธุรกิจครอบครัว แสดงให้เห็นว่าตลาดทุนจะสามารถเพิ่มศักยภาพธุรกิจครอบครัวได้ ทั้งการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ และการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจไทย
นายกิติพงศ์ กล่าวว่า ยังมีแนวคิดในการผลักดันกองทุนธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) โดยที่จะนำบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่มาเป็นกลุ่มตั้งต้นและเป็นแกนหลักในการจัดตั้ง Venture Capital เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาร่วมลงทุนในการถือหุ้นในกองทุนดังกล่าวได้ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้กองทุน Venture Capital สามารถลงทุนในบริษัทนอกตลาดได้ โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ไนโครงการ Rising Star ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และให้ Venture Capital เข้าไปลงทุน โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในการตั้งกองทุน Venture Capital ภายในปี 2567
นายกิติพงศ์ กล่าวว่า ด้านการใช้ประโยชน์ทางภาษี มีแนวคิดในการศึกษามาตรการลดภาษีจากการลงทุน โดยนำเงินลงทุนมามาลดหย่อนภาษีได้ โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุน Venture Capital ที่มีแนวคิดในการจัดตั้ง เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุน และผลักดันธุรกิจใหม่ๆเข้ามาในกระดานไลฟ์เอ็กซ์ (LiveX) แต่จะต้องมีการหารือกับทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการปรับแก้ข้อกฎหมายบางอย่าง ที่เปิดโอกาสให้บริษัทจดทะเบียนหรือนักลงทุนเข้ามาลงทุนได้ โดยจะนำร่องในการร่วมผลักดันกับบริษัทที่ลงทุนด้านเทคโนโนยีของกลุ่มบมจ.ปตท. (PTT) คือ ORION ที่มีการเข้าไปร่วมลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งจะมีการผลักดันบริษัทในกลุ่มดังกล่าวเข้ามาจดทะเบียนใน LiveX ประมาณ 7-8 ธุรกิจ

