หน้าแรก เศรษฐกิจ เผ่าภูมิ เผย ...

เผ่าภูมิ เผย เป็นไปได้ แจกเงินดิจิทัล บัตรคนจนกลุ่มแรก ก.ย.นี้ รอรับได้เลยไม่ต้องลงทะเบียน

29.08.24 | 15:19 น.

เผ่าภูมิ เผย เป็นไปได้ แจกเงินดิจิทัล บัตรคนจนกลุ่มแรก ก.ย.นี้ รอรับได้เลยไม่ต้องลงทะเบียน หนุนnegative income tax ทำให้หลุดพ้นความจน


เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะแจกกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13-14 ล้านคนก่อน ในช่วงเดือนกันยายน 2567

“ยืนยันว่ากลุ่มบัตรคนจนเดิมไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพราะจะใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่เดิมในการแจกเงินได้เลย
โดยการแจกเงินจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มเปราะบางที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินก่อน ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับเงินก่อน ส่วนกลุ่มที่สอง คือ กลุ่มทั่วไปที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไว้ ทั้งนี้ ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นโครงการใหญ่ เราจะมีการปรับเงื่อนไขโครงการให้ตรงกับสถานการณ์มากขึ้น อะไรที่กระตุ้นได้ก่อนก็จะกระตุ้นก่อน อย่างไรก็ตามเรื่องของความชัดเจนของนโยบายก็ต้องรอให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้แถลงก่อน” นายเผ่าภูมิกล่าว

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า อย่างไรก็ตามการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อน ไม่ได้เป็นการแจกเงินซ้ำซ้อน เนื่องจากเป็นคนละโครงการกัน วิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นคนละแบบ

Advertisement

“รัฐบาลจะมีการเดินหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อหรือไม่ ก็ไม่ได้มีการปรับอะไร ขึ้นอยู่กับงบประมาณ หากมีงบประมาณเยอะ หรือมีคนลำบาก ก็จะมีการเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ” นายเผ่าภูมิกล่าว

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ส่วนเรื่องภาษีเงินได้แบบติดลบ หรือ negative income tax เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ โดยรายละเอียดต้องนำมาหารือหลังจากมี ครม.ใหม่ อย่างไรก็ตามมองว่าเป็นคนละโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีรูปแบบไม่เหมือนกัน ซึ่งหากมีการทำ negative income tax จะทำให้คนหลุดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมากขึ้น

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐดูแลเรื่องกลุ่มเปราะบาง ส่วน negative income tax เป็นตัวเกลี่ยให้ความเหลื่อมล้ำน้อยลง คนที่มีรายได้น้อยก็จะได้รับการจุนเจือมากขึ้น สองโครงการนี้ไม่ได้ผูกกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอการแถลงนโยบาย” นายเผ่าภูมิกล่าว

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมีประมาณ 13-14 ล้านคน ซึ่งเป็นยอดที่ลดลงจากการลงทะเบียนตอนแรก เนื่องจากกรมบัญชีการมีการอัพเดตข้อมูลผู้เสียชีวิตกับกรมการปกครองทุกเดือน โดยจะตัดตัวเลขผู้เสียชีวิตออกไป ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอกรมบัญชีการอัพเดตอีกครั้งว่าตัวเลขผู้ได้รับสิทธิจะเป็นเท่าไร

นายพรชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ในอนาคตจะต้องมีการทบทวนเกณฑ์ส่วนจะปรับปรุงเงื่อนไขอย่างไร เช่น การปรับปรุงรายได้เท่าไรต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและต้องรอนโยบายของรัฐบาลใหม่อีกครั้ง