หน้าแรก เศรษฐกิจ เศรษฐกิจฟื้นเ...

เศรษฐกิจฟื้นเอ็มพีไอ ก.ค.บวก ย้ำไทยฐานผลิตฮาร์ดดิสก์โลกดันพีซีบีโต

31.08.24 | 18:38 น.

เศรษฐกิจฟื้นเอ็มพีไอ ก.ค.บวก ย้ำไทยฐานผลิตฮาร์ดดิสก์โลกดันพีซีบีโต


นายกฤศ จันทร์สุวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตของไทยว่า สถานการณ์ภาคการผลิตของไทยกลับมาขยายตัวอีกครั้ง สาเหตุหลักมาจากภาคการส่งออกที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 28 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 ซึ่งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยานรบ) ขยายตัว 10.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐกลับมาสู่ภาวะปกติ รวมถึงเทศกาลการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างมาก ส่งผลให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องขยายตัว เช่น อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมการกลั่นปิโตรเลียม เป็นต้น ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) กรกฎาคม 2567 อยู่ที่ระดับ 96.74 ขยายตัว 1.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.84%

“การเพิ่มขึ้นของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนกรกฎาคม 2567 ส่งผลให้ภาพรวม 7 เดือนแรกปี 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 97.69 หดตัวเฉลี่ย 1.48% และอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 59.05% โดยปัจจัยที่ส่งผลลบต่อภาคการผลิต ได้แก่ ปัญหาขาดกำลังซื้อภายในประเทศ หนี้ครัวเรือน และอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต รวมถึงสินค้านำเข้าจากต่างประเทศทะลักเข้าไทย ผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้านำเข้ามากขึ้น เนื่องจากราคาถูกกว่า”นายกฤศกล่าว

ด้านระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทยเดือนสิงหาคม 2567 ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง โดยปัจจัยภายในประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวังทั้งหมด ความเชื่อมั่นและการลงทุนหดตัวลง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ซบเซา ส่งผลต่อการบริโภคและการค้าในประเทศ ในขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวัง สหภาพยุโรปและญี่ปุ่นเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูง รวมถึงสหรัฐฯ มีความไม่แน่นอนของนโยบายการค้ากับจีน

Advertisement

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจโลกแสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยไอเอ็มเอฟได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2567 และการท่องเที่ยวในประเทศที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 36 ล้านคนในปีหน้า รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้การอุปโภคบริโภคและ การลงทุนภาครัฐเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยกดดันอื่นๆ เช่น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้าของบางประเทศคู่ค้าหลัก ยุโรปที่ต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สาธารณะและภาระด้านสิ่งแวดล้อม การนำเข้าสินค้าราคาถูกที่ล้นตลาดซึ่งกดดันการแข่งขันในประเทศ

อีกทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก นอกจากนี้ ปัญหาหนี้สินครัวเรือนในประเทศและอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงต้นทุนพลังงานและค่าจ้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ล้วนเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อวางแผนและปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปีข้างหน้า

นายกฤศ กล่าวถึงสถานการณ์การผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (พีซีบี) ว่า ปัจจุบันการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ในไทยเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ล่าสุดไทยมีผู้ผลิตพีซีบีและพีซีบีเอที่เน้นการประกอบ รวมประมาณ 248 รายได้ ทั้งขนาดใหญ่ และเอสเอ็มอี ปัจจัยหลักมาจากความต้องการของโลกหลังโควิด และเทรนด์เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับไทยเป็นฐานผลิตฮาร์ดดิสก์อันดับ 1 ของโลกจากการเข้ามาตั้งฐานของ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล และ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ระดับโลก ทำให้การผลิตพีซีบีเติบโตไปด้วย ล่าสุด บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล ได้ลงทุนเพิ่มอีก 23,000 ล้านบาท และได้รับอนุมัติการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดบีโอไอ) แล้ว จะยิ่งทำให้การผลิตพีซีบีเพิ่มขึ้นอย่างมากแน่นอน

“ปัจจุบันสศอ.มีการเก็บข้อมูลหน่วยการผลิตของอุตสหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งพบว่ามีการเติบโตอย่างมากตามเทรนด์เทคโนโลยีของโลก และมูลค่าก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า อย่างฮาร์ดดิสก์ที่มีพีซีบีเป็นองค์ประกอบสำคัญก็พบว่าอาจต้องปรับการเก็บข้อมูลจากจำนวนชิ้นเป็นตามความจุ และมูลค่า เพื่อให้ข้อมูลเอ็มพีไอของไทยมีความแม่นยำที่สุด”นายกฤศกล่าว