อัพสกิลผู้ประกอบการจักสาน ชูอัตลักษณ์เมืองกาญจน์ บุกตลาดออนไลน์

2.09.24 | 12:37 น.
อัพสกิลผู้ประกอบการจักสาน ชูอัตลักษณ์เมืองกาญจน์ บุกตลาดออนไลน์

อัพสกิลผู้ประกอบการจักสาน
ชูอัตลักษณ์เมืองกาญจน์ บุกตลาดออนไลน์

การส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างยั่งยืน มุ่งหวังให้เกิดวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีศักยภาพสูงในการดำเนินธุรกิจสามารถยกระดับการแข่งขัน

คือภารกิจสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม

ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ข้อมูลว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเล็งเห็นการกระจายโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการได้เข้าถึงบริการในการส่งเสริมและพัฒนาของกระทรวงอุตสาหกรรมครอบคลุมทั่วประเทศ

จึงได้จัดทำโครงการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจด้วยบริการปรึกษาแนะนำเบื้องต้น (BSC) ผ่านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และแบ่งการดำเนินงานเป็น 6 กลุ่มตามแผนของกลุ่มตรวจราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

Advertisement

โดยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในแต่ละจังหวัดลงรายชื่อ เพื่อเข้ารับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆ อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆ การปรับปรุงสถานที่ดำเนินงาน การใช้ช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียในการเพิ่มตลาดและช่องทางการจำหน่าย การใช้ AI Chat GPT ช่วยในการหาข้อมูลและจัดการข้อมูลต่างๆ เป็นต้น

ผลการดำเนินงานมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการจากหลากหลายประเภทกิจการ อาทิ เครื่องจักสาน กระเป๋าสาน ผ้าพิมพ์ลายจากพืช ผลิตภัณฑ์จากผ้า ผู้ผลิตน้ำดื่ม เกษตรแปรรูป อาหารแปรรูป สุรากลั่น อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไม้ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน เป็นต้น

มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 613 คน สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 239 ล้านบาท

โดยผู้ประกอบการที่มีความโดดเด่นสามารถนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อยอด คือ กลุ่มวิสาหกิจจักสาน กาญจนบุรี ซึ่งดำเนินการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จักสาน มีทักษะด้านฝีมือและศักยภาพในการจักสานอยู่แล้ว

แต่ประสบปัญหาเรื่องในการพัฒนาต่อยอดการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีประสบการณ์ในการออกแบบถักเครื่องจักสานรูปแบบเดิมๆ และขาดแคลนวัตถุดิบในการจักสาน

ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมกาญจนบุรี ได้เข้าไปจัดอบรมให้กับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการจักสานกระเป๋าจากเส้นเทป เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถกรรมจักสานให้แก่กลุ่มประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

ส่วนปัญหาเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบ ทาง SCGP ได้สนับสนุนเทปกระดาษ (Paper Band) ที่เป็นวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตมาเป็นวัตถุดิบในการทำหัตถกรรมจักสาน และได้แนะนำให้นำวัสดุอื่นๆ หรือวัสดุเหลือใช้มาทดแทนในการผลิต เช่น ถุงพลาสติกที่ใช้แล้ว ขวดน้ำพลาสติก ผักตบชวาหรือไผ่ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายและเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจและชื่นชอบงานจักสานจากงานรีไซเคิล

นอกจากนี้ได้มีการแนะนำให้มีการค้นหาต้นแบบผลิตภัณฑ์ จากสื่อโซเชียลมีเดียมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับวัตถุดิบของทางกลุ่มวิสาหกิจฯ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจและทันสมัย ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มที่มีความสนใจเฉพาะด้าน (Niche Market)

ที่ขาดไม่ได้คือ การให้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ทางช่องทางสื่อโซเชียลมีเดีย จะสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจฯ ประมาณ 60,000 บาท/ปี

ทั้งนี้ได้มีการต่อยอดการเพิ่มทักษะความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการให้สามารถพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ได้อย่างประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีการเข้าศึกษาดูงานกับกลุ่มวิสาหกิจที่มีความใกล้เคียงกันเพิ่มเติม เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดเพชรบุรี จำนวน 3 แห่ง คือ

1.วิสาหกิจกลุ่มสตรีจักสานป่านศรนารายณ์ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 2.ห้างหุ้นส่วนจำกัด โขมพัสตร์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 3.กลุ่มสตรีพัฒนาจักสาน อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดกระบวนการดำเนินธุรกิจ การตลาดทั้งในและต่างประเทศ เผยแพร่ทักษะการผลิต เพิ่มแนวคิดใหม่ๆ ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามความนิยมในปัจจุบัน อาทิ กระเป๋า หมวก เข็มขัด รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

ตลอดจนการให้ความรู้ในการใช้วัตถุดิบใหม่ๆ จากวิสาหกิจกลุ่มสตรีจักสานป่านศรนารายณ์ คือ ป่านศรนารายณ์ ที่มีความเหนียวคงทนสูง แข็งแรง ไม่ขาดง่าย สีสันโดดเด่น สีไม่ตก และไม่เป็นเชื้อรา สามารถซักล้างได้ ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำผลิตภัณฑ์จักสาน

โดย ห้างหุ้นส่วนจำกัดโขมพัสตร์ ได้ให้การสนับสนุนเศษวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตมอบให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตรูปแบบใหม่ๆ

ขณะที่กลุ่มสตรีพัฒนาจักสานตำบลแหลมผักเบี้ย ได้แนะนำวัตถุดิบจากเส้นเทปกระดาษ (Paper Band) วัตถุดิบจาก กก หรือต้นธูปฤาษี ที่จะส่งผลให้เกิดแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่จากวัสดุธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต

จึงนับเป็นตัวอย่างในการถอดบทเรียนของกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการมาใช้ในการผลิตสินค้าในชุมชนได้ มีการต่อยอดในการเชื่อมโยงธุรกิจ การสร้างเครือข่ายด้านการตลาด เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต

“อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาส พัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนในการใช้แนวคิดใหม่ๆ ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การนำวัตถุดิบเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีคุณภาพและเหมาะสม สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” ณัฐพลกล่าวทิ้งท้าย