‘ฐากร’ แนะ รบ.บูมอุตฯพีซีบี ชิงเค้ก 3 ล้านล. นัดเปิดผลศึกษา กมธ.อว.ปลุกไทยฝ่าวิกฤต
เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ในฐานะกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.อว.) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการ อว. เปิดเผยว่า กมธ.อว. ศึกษาเรื่องอุตสาหกรรมแผ่นวงจรพิมพ์ หรือพีซีบี (Printed Circuit Board :PCB) ในประเทศไทย เพื่อผลักดันการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนี้ เนื่องจาก กมธ.อว. เห็นว่าอุตสาหกรรมพีซีบี เป็นหัวใจสำคัญของการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เทคโนโลยีดาวเทียม โทรคมนาคม
“คณะกรรมาธิการ อว. เชื่อว่าอุตสาหกรรมพีซีบี จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตมากขึ้น ปัจจุบันอุตสาหกรรมพีซีบีสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ถ้ารัฐบาลยกระดับอุตสาหกรรมนี้จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องจักรขนาดใหญ่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤต” นายฐากรกล่าว
นายฐากร กล่าวว่า กมธ.อว.จึงให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมพีซีบี โดยมอบหมายคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการส่งเสริมและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม กมธ.อว. พิจารณาศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ที่ผ่านมาได้หารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพีซีบี มาแล้ว 6 ครั้ง โดยศึกษาทุกแง่มุม อาทิ การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม, การจัดสรรงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน, หลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อผลิตและพัฒนกาลังคนทักษะสูงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม
นายฐากรกล่าวว่า กมธ.อว.และอนุ กมธ.เชิญหน่วยงานรัฐ สมาคม และภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพีซีบีเข้าให้ข้อมูล อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์แห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคนาคมแห่งชาติ (กสทช.), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีป้า) ฯลฯ จากการศึกษาข้อมูล รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพีซีบี อย่างเข้มข้น กมธ.อว. จึงทำรายงานการศึกษาเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภา
“กมธ.อว.ต้องการให้รัฐบาลได้รับรู้และพิจารณาผลรายงานการศึกษาอุตสาหกรรมพีซีบีฉบับนี้ เพราะถึงเวลาที่ต้องเร่งผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ในประเทศไทย ทั้งด้านนวัตกรรม กำลังคน การส่งเสริมการลงทุน และอื่นๆ การเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมพีซีบีเป็น 1 ในโอกาสสร้างรายได้จากการส่งออกของประเทศ สร้างรายได้การจ้างงาน ยกระดับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมไทย รวมทั้งสร้างมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ต้องทำคู่ขนานกับการส่งเสริมสินค้าเกษตร และยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” นายฐากร กล่าว
นายฐากร กล่าวว่า จากการศึกษาของกมธ.อว.ยังทำให้ทราบว่าอุตสาหกรรมพีซีบี คือ กระดูกสันหลังของอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ในเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยี แม้ว่าการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทยมีศักยภาพสูง แต่ยังต้องเร่งพัฒนาและวิจัยมากขึ้น ดังนั้นหากรัฐบาลส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการก็จะเป็นโอกาสที่ดี โดยตลาดพีซีบี ทั่วโลกเติบโตอย่างมาก คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 3 ล้านล้านบาท หรือ 86.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2569 ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์พีซีบี มีแนวโน้มปรับตัวตามเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยน
“อุตสาหกรรมพีซีบีของไทย มีส่วนแบ่งการตลาด อยู่ที่ประมาณ 4% หากนักลงทุนต่างประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากบีโอไอ เปิดเพิ่มอีก 50 โรงงาน จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาด ของไทยสามารถเติบโตได้ถึง 10-15% มีโอกาสขึ้นเป็นอันดับที่ 4 ของโลกรองจากจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น” นายฐากร กล่าว
นายฐากร กล่าวว่า การเร่งผลักดันอุตสาหกรรมพีซีบี จะส่งผลดีหลายด้านต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างอาชีพและการจ้างงานภายในประเทศที่จะเพิ่มสูงขึ้น 50,000 ตำแหน่ง จากปัจจุบันอุตสาหกรรมพีซีบี ในไทยจ้างงานประมาณ 120,000 คน โดยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 150,000 ล้านบาท นี่เป็นเพียงบางตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสาคัญของอุตสาหกรรมนี้ รัฐบาลไม่ควรเพิกเฉย ถ้าเร่งพัฒนาและส่งเสริมจะเป็นโอกาสที่ไทยจะนำขบวน
“รายงานผลการศึกษาพีซีบีฉบับสมบูรณ์ของคณะกรรมาธิการ อว.จะนำเสนอต่อสาธารณะในงานเสวนา ปลุกไทยฝ่าวิกฤต ปั้น PCB เศรษฐกิจแสนล้าน จะจัดขึ้นในวันที่ 17 กันยายนร่วมกับ กสทช. และเครือมติชน” นายฐากร กล่าว

