กนอ.ปลื้ม 10 เดือน ดันยอดซื้อ/เช่าที่นิคมพุ่ง 6,174 ไร่ นิวไฮปี2 สะท้อนนักลงทุนเชื่อมั่น
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในปี 2567 กนอ. ประสบความสำเร็จในการขาย/เช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมได้ถึง 6,174 ไร่ (ตุลาคม 2566 – กรกฎาคม 2567) ถือเป็นสถิติใหม่ (นิวไฮ) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ หลังจากทั้งปี 2566 สร้างประวัติศาสตร์สูงถึง 6,096 ไร่ เพิ่มจากทั้งปี 2566 อยู่ที่ 2,016 ไร่ และทั้งปี 2564 อยู่ที่ 1,222 ไร่ การเพิ่มขึ้นอย่างของปี 2566 และปีนี้ซึ่งยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนจะครบปีงบประมาณ สะท้อนถึงความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่มีอยู่สูงมาก ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของภาคส่วนต่างๆ กนอ. และพันธมิตรในการดึงดูดนักลงทุน รวมถึงเป็นแรงผลักดันให้ กนอ. พัฒนาประสิทธิภาพการบริการ และการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุน และบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ
“เป้าหมายในการดึงดูดการลงทุนของ กนอ. สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศ กนอ. และนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินการ จะพยายามคัดเลือกประเภทกิจการที่จะเข้ามาลงทุนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผมเชื่อมั่นว่า กนอ. จะร่วมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนได้” นายวีริศ กล่าว
กนอ.ปรับองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ในการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยว่า กนอ. ทำ ดิจิทัล ทรานฟอร์เมชั่น มาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 โดยพยายามพัฒนาไปสู่ระบบ บิ๊ก ดาต้า และ เอไอ เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญ รวมถึงระบบ ดิจิทัล ทวิน เพื่อบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยขยายผลจากนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ไปยังนิคมอุตสาหกรรมของ กนอ. เอง 13 แห่ง
นอกจากนี้ ยังกำหนดรูปแบบนิคมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่สามารถตอบโจทย์ด้านการใช้ระบบสาธารณูปโภค ด้วยพลังงานสะอาดและคาร์บอนต่ำ หรือ สมาร์ ไออี. รวมถึงพัฒนากลไกต่างๆ เพื่อบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกทั้งระบบ ที่สำคัญ กนอ. ยังดำเนินการจัดตั้ง I-EA-T Academy เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมให้มากที่สุดด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่ กนอ. กำลังดำเนินแคมเปญ “NOW Thailand” เพื่อกระตุ้นและตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“ผมเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับนักลงทุนต่างชาติ กนอ. และทุกภาคส่วน จะร่วมกันพัฒนาศักยภาพของประเทศ มุ่งเน้นดึงดูดการลงทุน และพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ”นายวีริศกล่าว

