หน้าแรก เศรษฐกิจ อสังหาฯ ฝากอิ...

อสังหาฯ ฝากอิ๊งค์อัดมาตรการก๊อก 2 กระตุ้นเศรษฐกิจ ชงฟื้น ‘บ้านดีมีดาวน์’

3.09.24 | 09:15 น.

อสังหาฯ ฝากอิ๊งค์อัดมาตรการก๊อก 2 กระตุ้นเศรษฐกิจ ชงฟื้น ‘บ้านดีมีดาวน์’

นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ว่า หลังจากที่รัฐบาลใหม่ได้มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางสมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์จะหาโอกาสเข้าพบภาครัฐบาลเพื่อติดตามข้อเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากที่ก่อนหน้านี้ได้เสนอไปแล้ว 8 ข้อ ซึ่งมีที่ได้รับอนุมัติไปแล้ว เช่น การลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนเหลือ 1% และค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท ซึ่งมีการต่ออายุไปแล้วถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 การส่งเสริมผู้ประกอบการพัฒนาบ้านและคอนโดมิเนียมในราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทหรือโครงการบ้านบีโอไอ เป็นต้น

นายอธิป กล่าวว่า อย่างไรก็ตามยังมีบางเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแก้กฎหมายที่ยังไม่ได้รับการพิจารณา เช่น ฟื้นโครงการบ้านดีมีดาวน์โดยรัฐบบาลสนับสนุนเงินดาวน์ผู้ซื้อบ้านหลักแรกจำนวน 100,000 บาท การขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ผ่อนเกณฑ์มาตรการ LTV สำหรับซื้อบ้านหลังที่1 และหลังที่ 2 เนื่องจากปัจจุบันไม่มีการซื้อเพื่อเก็งกำไรแล้ว การลดอัตราจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2568 เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเดียว ยังรวมถึงธุรกิจอื่นๆ และประชาชนทั่วไปด้วย ส่วนเรื่องเช่า 99 ปี และขยายโควต้าให้ต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมได้ 75% ยังต้องใช้เวลาแก้กฎหมายอย่างน้อย 1-2 ปี พร้อมกันนี้อยากให้คณะกรรมการนโบายการเงิน(กนง.)ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก เพราะดอกเบี้ยมีผลต่อการลงทุนและกำลังซื้อ หากลดดอกเบี้ยลง 25 สตางค์ จะลดภาระผ่อนบ้าน 2%

@เชียร์ฟื้นโครงการบ้านดีมีดาวน์

“อะไรที่ไม่เกี่ยวกับการแก้กฎหมาย ผมก็อยากให้รัฐพิจารณา เพราะธุรกิจอสังหาฯมีขนาดตลาดปีละ 8 แสนล้านบาท ยังมีการหมุนเงินเข้าสู่ระบบอีก 2.9 เท่า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างมาก ถ้าภาครัฐมีมาตรการออกมาในปีนี้ น่าจะช่วยทำให้ภาพรวมตลาดปี 2567 สัญญาณเป็นบวก และช่วยให้จีดีพีขยายตัวได้ ซึ่งขนาดของตลาดอสังหาฯ คิดเป็น 4-5% ของจีดีพี แต่ถ้าไม่มีมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมในครึ่งปีหลังนี้ มีแนวโน้มตลาดอสังหาฯโดยรวมจะติดลบกว่า 10% สภาพตลาดปัจจุบันยังมีดีมานด์ แต่ติดการกู้สินเชื่อไม่ผ่านและผู้ซื้อชะลอการซื้อบ้าน ซึ่งโครงการบ้านดีมีดาวน์ถือว่าดี เพราะเป็นการจูงใจคนมาซื้อบ้านเหมือนที่ประเทศออสเตรเลียที่เห็นชัดเจนคือ รัฐบาลเขากระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวโดยใช้อสังหาฯ มีเงินอุดหนุนให้คนได้ซื้อบ้าน ซึ่งจะกำหนดราคาไว้ โดยผมมีข้อเสนอกรณีบ้านดีมีดาวน์ รัฐอุดหนุน 1 แสนบาทสำหรับบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท เพราะถ้าแพงกว่านี้จะเป็นการไปช่วยคนรวย ส่วนจะช่วยคนระดับล่างก็กู้ไม่ผ่านเยอะ” นายอธิปกล่าว

Advertisement

นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ข้อเสนอ 8 ข้อที่ได้ยื่นต่อรัฐบาลไปก่อนหน้านี้ มีบ้างแล้วที่รัฐบาลได้เดินหน้าในส่วนของมาตรการการเงิน เช่น โครงการสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น ยังเหลือบางประเด็นที่ต้องแก้ไขกฎหมาย เช่น ขยายเวลาการเช่า 99 ปี ที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน เป็นต้น ทั้งนี้เชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะสานต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านธุรกิจอสังหาฯ ที่ได้ยื่นเสนอไปก่อนหน้า เพราะทีมรัฐมนตรีกระทรวงการคลังยังเป็นชุดเดิม

@เร่งสปีดลงทุนรัฐ-เอกชนบูสต์ศก.

นายประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจยังทรงตัว เนื่องจากสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ ส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชนมีการหยุดลงทุนชั่วคราว เพราะได้มีการลงทุนไปแล้วเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับการลงทุนของภาครัฐยังคงชะลอตัว ดังนั้นรัฐบาลใหม่ก็จะต้องเร่งรัดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการก่อสร้างอินฟราสตรัคเจอร์ ให้มีความต่อเนื่องและออกมามากขึ้น รวมถึงเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้เกิดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากการลงทุนโครงการใหญ่ต้องใช้เวลา

นายประศาสน์ กล่าวว่า ทัังนี้เมื่อดูจากภาวะเงินเฟ้อที่มีการปรับตัวต่ำลงแล้ว ดังนั้นน่าจะถึงเวลาที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ควรจะมีการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้แล้ว ซึ่งจะลดก่อนอเมริกาก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพื่อเป็นการกระตุ้นทำให้เศรษฐกิจและกำลังซื้อดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดบ้านและรถยนต์ เพราะผู้บริโภคมีกำลังซื้อน้อย ซึ่งการลดอัตราดอกเบี้ยถือว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แม้จะไม่ได้มากก็ตาม ขณะที่เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่จะปรับรูปแบบแจกให้กลุ่มเปราะบางนั้นคงจะไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และจากสภาพเศรษฐกิจประเทศไทยในปัจจุบัน จึงมองว่าเศรษฐกิจโดยภาพรวมของปี 2567 คาดว่าจะขยายตัว 2% บวกๆ