ส.เอสเอ็มอี รับได้ทีมเศรษฐกิจหน้าใหม่ หวังนโยบายอิ๊งค์ ตอบโจทย์ 6 เรื่องเร่งด่วน
นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยถึง ครม.ใหม่และทีมเศรษฐกิจที่มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีหลายกระทรวงว่า ถือเป็นเรื่องดี ที่จะให้โอกาสคนรุ่นใหม่ เข้ามาทำงานมากขึ้่น มองในแง่ผลดีจากการได้และใช้แนวคิดใหม่ๆ เข้ามาบริหารประเทศ และการจัดตั้ง ครม.ได้เร็ว เป็นเรื่องดี ไม่ปล่อยเป็นสุญญากาศทางการเมือง ผลดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่ภาครัฐคาดหวังขยายตัวให้เติบโตกว่า 2% ปลายๆ ส่วนจะถึง 3% ได้ต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกมิติ เรื่องตัวบุคคลใครมานั้งรัฐมนตรีเอสเอ็มอีเราไม่ขัดข้อง เพียงการทำงานต้องไวและเข้าถึงการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
นายแสงชัยกล่าวว่า สิ่งที่ต้องติดตามจากนี้ คือ การแถลงนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล อยากให้ตอบโจทย์ 6 เรื่องเร่งด่วน คือ 1.การกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ 2.การลดค่าครองชีพและไม่เพิ่มต้นทุนจนแบกภาระไม่ไหว 3.เร่งรัดการเข้าถึงสินเชื่อและแหล่งเงินทุนในระบบ เพราะวันนี้เศรษฐกิจนอกระบบกำลังเข้ามามีอิทธิพลต่อการค้าและการใช้ชีวิตของคนไทยมากขึ้น 4.เร่งยกระดับขีดความสามารถเอสเอ็มอีและรายย่อย 5.แก้กฎหมายที่ล้าหลัง และ 6.มีมาตรการป้องกันทุนข้ามชาติ
“เรื่องทุนข้ามชาติและการปล่อยให้สินค้านำเข้าด้อยคุณภาพและราคาถูกมาก มาตีตลาดไทย ให้มากขึ้นๆ ในระยะสั้นจะกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอี จากนั้นก็จะไปกระทบต่อระดับกลางต่อไป ซึ่งปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยมีจำนวนผู้ประกอบการมาก แต่มีสัดส่วนการส่งออกเพียง 13% หากถูกตัดราคาต่อเนื่อง ต่อไปไม่อาจแข่งขันได้ ตอนนี้เห็นผลกระทบจากการค้าตามชายแดนแล้ว โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้เพื่อนบ้านลาวเป็นฐานขนส่งสินค้ามาไทย และอาเซียน อีกเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมช่วยเหลือไม่ให้กระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจจากภัยน้ำท่วม 2 เรื่องนี้จะเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และกดให้จีดีพีอาจไม่โตอย่างที่รัฐบางคาดหวังไว้ให้เกิน 2.7%” นายแสงชัยกล่าว

