หน้าแรก เศรษฐกิจ สทท. ฝากการบ้...

สทท. ฝากการบ้านรบ.อิ๊งค์ 8 ข้อ ดันท่องเที่ยว-สินค้า-บริการ

6.09.24 | 19:27 น.

สทท. ฝากการบ้านรบ.อิ๊งค์ 8 ข้อ ดันท่องเที่ยว-สินค้า-บริการ

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายกิตติ พรศิวะกิจ กรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประธานกรรมการ Smart Tourism สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และนายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยว เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ดูมีความทันสมัย เพราะมีคนรุ่นใหม่มากขึ้น เหมาะกับยุคที่ประเทศต้องเร่ง Transform สู่ยุคดิจิทัล สู่ความยั่งยืน และสู่ยุคที่เราต้องประกาศความเป็นผู้นำโลกด้านอาหาร การท่องเที่ยวและสุขภาพ

นายกิตติกล่าวว่า สิ่งที่จะฝากกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ ครม.ชุดใหม่ มี 8 ข้อ ได้แก่ 1.เร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและนวัตกรรมให้ทั้งผู้ประกอบการ พนักงาน และนักศึกษา ซึ่งเป็นได้ทั้งการฝึกอบรม Upskill/Reskill / Transform องค์กร และการออกแบบสินค้า/บริการให้ตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคใหม่ ให้เข้ากับเทรนด์ Smart Green Well Tourism ที่มีมูลค่าสูงขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.การเพิ่มสภาพคล่องและการเข้าถึงแหล่งทุนต่างๆ ทั้งผ่านธนาคาร กองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว และอนาคตควรจะตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวที่เข้าใจธุรกิจท่องเที่ยวมากขึ้น ที่ผ่านมาผู้ประกอบส่วนใหญ่เห็นโอกาสแต่ขาดเงินทุน บางส่วนต้องการระยะสั้นแบบ Factoring หรือ OD ก็สามารถรับนักท่องเที่ยวได้แล้วแต่ธนาคารไม่ปล่อย ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกไปเที่ยวประเทศคู่แข่งแทน แค่เรื่องการขาดสภาพคล่องนี้เราสูญเสียนักท่องเที่ยวไปเป็นล้านคน มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท

แนะใช้แผน4สมดุล

นายกิตติกล่าวว่า 3.การวางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ 4 สมดุล คือ 1.สมดุลเชิงเวลา มีแคมเปญสั้น-กลาง-ยาว 2.สมดุลเล็ก-ใหญ่ ช่วยตั้งแต่ SME ไปจนถึง Mega Chain 3.สมดุลเมืองหลัก-เมืองรอง แบ่งเมืองท่องเที่ยวเป็น 4 Tier และส่งเสริมให้เหมาะสมตามโอกาสและปัญหา และ 4.สมดุล Natural-Manmade ที่ผ่านมา แผนท่องเที่ยวเราไม่ต่อเนื่อง และมักช้าเกินไป แคมเปญส่วนใหญ่ต้องทำล่วงหน้า 4-6 เดือนจึงจะได้ผล และเกือบทุกโครงการความช่วยเหลือไปกระจุกที่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่หรือ Platform ต่างชาติ ผู้ประกอบการ SME และเมืองรองกว่า 99% ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ 4.ใช้ท่องเที่ยวเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ เป็นวาระแห่งชาติ เป้ารายได้ 3.5 ล้านล้านบาท เป็นไปได้ในปี 2026 แต่ต้องมีการบูรณาการระหว่างกระทรวง มีการทำงานร่วมกับเอกชน ผ่านบอร์ดนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ ที่ถูกออกแบบมาดีมาก 12 กระทรวง + หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำงานร่วมกัน แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้รับความสนใจจากนายกรัฐมนตรี และแทบไม่มีการประชุมในระดับนี้

Advertisement

นายกิตติกล่าวว่า 5.เริ่มเก็บภาษีท่องเที่ยว 300 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อนำทุนมาพัฒนา “โครงการสุขสุขา” ห้องน้ำสะอาด 10,000 แห่งทั่วประเทศ โครงการพัฒนาด้านความปลอดภัยและยั่งยืน การสร้าง Content 10,000 ล้านวิวผ่าน 1,000 influencer เป็นต้น 6.การตั้ง Tourism Warroom เพื่อการวางแผน ติดตาม และปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวในแต่ละตลาด แต่ละประเทศ ไปสู่แหล่งท่องเที่ยวแต่ละจังหวัด อย่างเป็นระบบและสมดุล โดยมีการใช้ AI / Big Data และ Mentor ทางการท่องเที่ยวมาช่วยกันทำงานแบบ Real-Time

เร่งปราบนอมินี-ไกด์เถื่อน

นายกิตติกล่าวว่า 7.เร่งปราบนอมินีต่างชาติและไกด์เถื่อนที่ทำลายทั้งชื่อเสียง ความปลอดภัย และเอาเปรียบคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยต้องแก้ไขอย่างบูรณาการตั้งแต่ DBD / กรมการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับเอกชนและมัคคุเทศก์ และ 8.ระยะสั้น เดือนนี้เข้าสู่ Low-season ต่ำสุดของปี ต้องเร่งทำ Joint-Promotion ร่วมกับเอกชน ทั้งสายการบิน โรงแรม บริษัทนำเที่ยวและ OTA ต่างๆ เช่น Lucky Trip กล่องสุ่มให้รางวัลนักท่องเที่ยวต่างชาติ เที่ยวคนละครึ่งส่งเสริมเมืองรองและวันธรรมดา ตั๋วเครื่องบินราคาเดียว 300,000 ใบ บัสทัวร์ทั่วไทย 10,000 คัน เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองน่าเที่ยว เป็นต้น

“คาดว่าปี 2567 นี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 37 ล้านคน อาจจะเพิ่มได้ถึง 38 ล้านคนได้หากมีนโยบายที่จริงจังและเติมความพร้อมให้ผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ” นายกิตติกล่าว