ชาวนนท์ยิ้ม ทช. ขยายถนนชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ระยะทาง 6 กิโลเมตร แก้ไขการจราจรติดขัด คืบหน้าแล้ว 84%
เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินโครงการขยายถนนชัยพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ระยะทาง 6.892 กิโลเมตร ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 84% ซึ่งขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระอุดม สะพานข้ามคลองบางภูมิ และงานขยายผิวจราจร คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2567 โดยใช้งบประมาณรวม 902 ล้านบาท

นายอภิรัฐกล่าวว่า ถนนชัยพฤกษ์เป็นถนนสายหลักในแนวตะวันออก-ตะวันตก พื้นที่ฝั่งเหนือของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมโยงกับพื้นที่ย่านธุรกิจ และศูนย์ราชการตามแนวถนนแจ้งวัฒนะ เป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร ซึ่งยังพัฒนาไม่เต็มรูปแบบ มีปริมาณจราจรกว่า 40,000 คันต่อวัน เนื่องจากการเจริญเติบโตของการใช้ที่ดินในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้พื้นที่สองข้างทางมีการพัฒนา และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ถนนชัยพฤกษ์มีสภาพการจราจรที่ไม่คล่องตัว และมีแนวโน้มที่จะติดขัดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงการก่อสร้างถนนราชพฤกษ์-ถนนกาญจนาภิเษก (แนวเหนือ-ใต้) แล้วเสร็จ จะทำให้ถนนชัยพฤกษ์สามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่จังหวัดปทุมธานีได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการดึงดูดปริมาณจราจรให้เข้ามาใช้เส้นทางถนนชัยพฤกษ์มากตามไปด้วย

ทั้งนี้ นายอภิรัฐกล่าวว่า ทช.จึงได้ดำเนินโครงการดังกล่าวโดยมีรูปแบบการดำเนินโครงการก่อสร้างเป็นงานก่อสร้างถนนคู่ขนานระดับดิน ขนาด 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 3.25-3.50 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2 เมตร ต่อทิศทางจากเชิงลาดสะพานพระราม 4 ถึงทางแยกต่างระดับถนนราชพฤกษ์ และงานปรับปรุงขยายผิวจราจรช่วงจากทางแยกต่างระดับถนนราชพฤกษ์ถึงถนนบางกรวย-ไทรน้อย พร้อมงานก่อสร้างทางเท้า ระบบระบายน้ำ และระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
นายอภิรัฐกล่าวว่า เมื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการขยายถนนชัยพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี แล้วเสร็จ จะทำให้ประชาชนเดินทางสัญจรไป-มาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะการกระจายปริมาณจราจรออกนอกเมืองในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งได้ทำการขยายช่องจราจรบนถนนชัยพฤกษ์จาก 6 ช่องจราจรเป็น 10 ช่องจราจรตามรูปแบบเต็มโครงการ (Ultimate Stage) ตลอดแนวเส้นทางนั้นจะเป็นการแก้ไขปัญหาจราจรโดยการใช้พื้นที่ภายในเขตทางเดิมให้เต็มประสิทธิภาพ และเป็นการเสริมโครงข่ายถนนของพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นบนถนนชัยพฤกษ์ได้อีกด้วย


