กดปุ่ม ‘เศรษฐกิจอวกาศ’ พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย

10.09.24 | 12:40 น.

ปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินและอวกาศเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามอง เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก

เนื่องจากมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาคทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย

ในส่วนของประเทศไทยนั้น ธุรกิจนี้ถือเป็นระบบคมนาคมที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ สร้างงาน เชื่อมโยง และดึงดูดการค้าการลงทุนที่มีมูลค่าสูง

เพื่อเป็นอีกอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะยกระดับประเทศไทยให้เติบโต ทั้งด้านเศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันในเวทีโลกที่ไทยจะตกขบวนไม่ได้

ล่าสุด กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม(DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าผนึกกำลังกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจอวกาศผลักดันการลงนามหนังสือบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม

Advertisement

เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเศรษฐกิจอวกาศผ่านกลไก Reshape the Accessibility หนึ่งในกลยุทธ์หลักของนโยบายดีพร้อม Reshape the Future ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตรเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการ ในการพัฒนาขีดความสามารถ ทั้งเอสเอ็มอี และสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ให้เข้าสู่อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ รวมทั้งอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง

เป็นฟันเฟืองสำคัญ หนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืนภายใต้เป้าหมาย Ignite Thailand

ภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีดีพร้อม ให้ข้อมูลว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยดีพร้อม ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศเป็นอย่างมาก เพราะมีความโดดเด่นในการผสมผสานเทคโนโลยีระหว่างอุตสาหกรรมต่างสาขา และยังมีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อีกมากมาย

กระทรวงอุตสาหกรรมจึงสร้างโอกาสการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านเศรษฐกิจอวกาศให้กับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเอสเอ็มอี หรือสตาร์ตอัพ โดยจะให้ความสำคัญในการเร่งผลักดันให้มีการพัฒนาเพื่อให้เกิดเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมใหม่ๆ และขยายผลไปสู่เชิงพาณิชย์ โดยสร้างความสามารถ ผลักดัน ส่งเสริมและขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยให้สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ในหลากหลายมิติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตและพัฒนาชิ้นส่วน เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ทันสมัย ป้อนกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและอวกาศทั้งในประเทศและต่างประเทศ รองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคตภายใต้วิสัยทัศน์ Ignite Thailand ของรัฐบาล ที่มุ่งเป้าพัฒนาประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก

“ดีพร้อมจะส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยความร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่จะมาเติมเต็มการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” อธิบดีภาสกรระบุ

อธิบดีภาสกรย้ำว่า ความร่วมมือระหว่าง DIPROM และ GISTDA จะเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศ โดยใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาต่อยอดในการดำเนินธุรกิจในมิติต่างๆ เพื่อก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคตให้กับผู้ประกอบการ ได้แก่

1.การบ่มเพาะผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมเศรษฐกิจอวกาศ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าในระดับโลก

2.การยกระดับมาตรฐานด้านการทดสอบและวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการในการทดสอบวัสดุและชิ้นส่วนด้านอากาศยานและการบิน สนับสนุนการเป็นฐานการประกอบธุรกิจด้านการบินและอวกาศ

3.การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพิ่มการลงทุนด้านอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อการวางแผนพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนทรัพยากรของประเทศมาใช้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพ

“นอกเหนือจากการพัฒนาผู้ประกอบการร่วมกันแล้ว ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านองค์ความรู้ เครื่องมือ อุปกรณ์ กลไกต่างๆ รวมทั้งเพิ่มขีดสมรรถนะบุคลากร รองรับการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมต่อไปอีกด้วย” อธิบดีภาสกรระบุ

ด้านข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA พบว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยได้มอบหมายให้ GISTDA เป็นกำลังหลักในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อสร้างนวัตกรรมจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

เพื่อขยายระบบโครงสร้างอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของประเทศ โดยหน่วยงานรัฐและเอกชนทุกภาคส่วนจะมีโอกาสเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งจะผลักดันให้ไทยเข้าสู่ Global Value Chain ด้านอวกาศอย่างเป็นรูปธรรม

เพราะหนึ่งในการดำเนินงานที่สำคัญของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คือการมุ่งเน้นด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ ตรงกับความต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นภาคส่วนเศรษฐกิจกระแสหลักของประเทศ

โดย อว.ตั้งเป้าขยายผลการใช้ประโยชน์ของนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาต่อยอดการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม จึงให้ความสำคัญในการส่งเสริม การสร้างและสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเยาวชน Startup SMEs และบริษัทขนาดใหญ่

ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงอุตสาหกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อก้าวสู่ภารกิจด้านกิจการอวกาศของไทย

GISTDA ตระหนักถึงความสำคัญและแนวโน้มของเศรษฐกิจอวกาศใหม่ ซึ่งถือเป็นเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีเติบโตอย่างรวดเร็ว

โดยข้อมูลตัวเลขพบว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีอัตราเติบโตถึง 8.1% มูลค่าสูงราว 415 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกที่มีมูลค่าสูงกว่า 400 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากการศึกษาวิเคราะห์ของ GISTDA พบว่า ประเทศไทยมีธุรกิจที่ต่อยอดจากการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศมากกว่า 35,600 กิจการ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 56,000 ล้านบาทต่อปี สะท้อนได้ว่าอุตสาหกรรมนี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทยได้อีกมากในอนาคต

ดังนั้น GISTDA จึงได้เตรียมความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือและอุปกรณ์ บุคลากร ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการบินและอวกาศที่จะสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีอวกาศสู่ภาคเอกชน ตลอดจนการดำเนินงานต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ

มุ่งเน้นให้เกิดการสร้างสรรค์ธุรกิจอุตสาหกรรมอวกาศใหม่ ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน

เพื่อประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศต่อไป