หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้ายประชาช...

จอดป้ายประชาชื่น : พลังงานร้อน…การบ้าน รบ.อิ๊งค์

10.09.24 | 10:17 น.
จอดป้ายประชาชื่น : พลังงานร้อน...การบ้าน รบ.อิ๊งค์ ปลายสัปดาห์นี้

ปลายสัปดาห์นี้ รัฐบาลของ แพทองธาร ชินวัตร จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เพื่อเริ่มทำงานที่คาดว่าจะสปีดสุดๆ แทบไม่มีเวลาเรียนรู้งาน

เพราะมีวาระเศรษฐกิจด่วนๆ ที่รอให้รัฐบาลเข้าแก้ปัญหา โดยเฉพาะปมปัญหาพลังงาน ที่ต้องรีบดำเนินการโดยเร็ว

เริ่มตั้งแต่การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร สิ้นสุด 31 ตุลาคม 2567 อีกตัวคือ แอลพีจี คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ตรึง 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม (กก.) ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2567 ภายใต้แรงกดดันจากฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด วันที่ 1 กันยายน 2567 ยังติดลบ 106,843 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันติดลบ 59,359 ล้านบาท บัญชีแอลพีจีติดลบ 47,484 ล้านบาท

รวมทั้งค่าไฟฟ้า รัฐบาลชุดที่ผ่านมาสั่งตรึง 4.18 บาทต่อหน่วย กันยายน-ธันวาคม 2567 ผลจากนโยบายนี้มีหนี้ค้างกว่า 110,000 ล้านบาท โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับไป 95,000 ล้านบาท และค่าเชื้อเพลิงที่ให้ กฟผ.และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รับเพื่อตรึงค่าไฟอีก 15,000 ล้านบาท

ด้านแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan : NEP) ประกอบด้วย 1.แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) 2.แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและแผนพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan : AEDP) 3.แผนอนุรักษ์พลังงาน (Energy Efficiency Plan : EEP) 4.แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และ 5.แผนบริหารน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) ปัจจุบันทุกแผนแล้วเสร็จและผ่านการรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว คาดเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) กันยายน-ตุลาคม 2567 โดยแผนนี้ล่าช้ากว่า 2 ปีแล้ว

Advertisement

ขณะที่อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff : UGT) แนวทางของประเทศที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยมุ่งสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ.2065 เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันและการลงทุนของผู้ประกอบการของไทย ให้สามารถปรับตัวเข้าสู่การลงทุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำตามทิศทางโลก รอรัฐบาลเดินหน้า

เช่นเดียวกับการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct Power Purchase Agreement : Direct PPA) กพช.มอบหมายกระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ศึกษาผลกระทบจากโครงการนำร่องกับสถานภาพของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง และให้ กกพ.จัดทำอัตราบริการการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access : TPA) ให้เสร็จภายในปี 2567

รัฐบาลแพทองธารจะเดินหน้าแต่ละเรื่อง(ร้อน)อย่างไร น่าติดตาม!!