บ้านปูพลิกมีกำไร 1,677 ล้าน ตั้งงบลงทุนปี 60 ที่ 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือแจ้งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า ในปี 2559 บริษัทพลิกกลับมีกำไรที่ 1,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีผลขาดทุน 1,534 ล้านบาท หากคิดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐพบว่ามีกำไรสุทธิ 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิ 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2558 มาจากธุรกิจถ่านหินเป็นหลัก กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลต่างจากการแปลงค่างบการเงินคิดเป็น 59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับขาดทุนจำนวน 67 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า สำหรับไตรมาสที่ 4/2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกำไรสุทธิ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาสก่อนหน้าและเทียบกับขาดทุนสุทธิ 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

สำหรับปริมาณการขายในปี 2559 อยู่ที่ 40.03 ล้านตันเป็นเหมืองในประเทศอินโดนีเซีย 26.83 ล้านตัน เหมืองในประเทศออสเตรเลีย 13.20 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีปริมาณการขาย 41.15 ล้านตัน ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยสำหรับปี 2559 เท่ากับ 51.53 ดอลลาร์สหรัญต่อตัน เทียบกับราคาขายถ่านหินเฉลี่ยสำหรับปี 2558 ที่ 55.53 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันส่วนใหญ่เกิดจากราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของเหมืองในประเทศอินโดนีเซียที่ลดลง เป็นผลจากราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559

ทั้งนี้ ในปี 2560 กลุ่มบริษัทบ้านปูได้กำหนดเงินลงทุนรวม 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นธุรกิจถ่านหินประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใช้สำหรับธุรกิจไฟฟ้าภายใต้บ้านปูเพาเวอร์ประมาณ 117 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับธุรกิจก๊าซธรรมชาติประมาณ 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปี 2558 ที่ใช้เงินสดสุทธิไปในกิจกรรมลงทุนจำนวนเงิน 521 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon