ส่องพิกัด 4,598 โรงงาน กระจาย 50 เขตกทม. เปิดประเภทโรงงาน 5 อันดับแรก
รายงานข่าวจาก กรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) แจ้งว่า กรอ.ได้ประชาสัมพันธ์ เรื่อง “โรงงานอุตสาหกรรม 50 เขต ในกรุงเทพมหานครที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรอ.” เพื่อให้ผู้ที่สนใจทราบถึงข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรอ. ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต ได้แก่ จำนวนโรงงานอุตสาหกรรมจำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรม จำนวนคนงาน และเงินลงทุน
ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง QR Code หรือ ลิ้งค์ดังนี้ https://public.tableau.com/…/BKK0101_21…/BKK0101_21…
โดยการแสดงข้อมูลดังกล่าวพบว่า ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรม 21 กลุ่มอุตสาหกรรม กระจายในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 55 เขต จำนวนโรงงานรวม 4,598 โรง มูลค่าลงทุน 197,094 ล้านบาท จ้างงาน 282,723 คน
ประเภทโรงงานอุตสาหกรรมที่ลงทุน 5 อันดับแรก พบว่า
อันดับ 1 คือ ผลิตภัณฑ์โลหะ จำนวนโรงงาน 856 โรง ลงทุน 11,359 ล้านบาท จ้างงาน 22,787 คน
อันดับ 2 คือ ผลิตยานยนต์และอุปกรณ์ จำนวนโรงงาน 701 โรง ลงทุน 47,909 ล้านบาท จ้างงาน 25,436 คน
อันดับ 3 คือ ผลิตภัณฑ์พลาสติก จำนวนโรงงาน 654 โรง ลงทุน 15,262 ล้านบาท จ้างงาน 27,691 คน
อันดับ 4 คือ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ จำนวนโรงงาน 309 โรง ลงทุน 40,855 ล้านบาท จ้างงาน 26,360 คน
อันดับ 5 คือ การผลิตเครื่องจักรและเครื่องจักรกล จำนวนโรงงาน 274 โรง ลงทุน 3,292 ล้านบาท จ้างงาน 7,263 คน

อย่างไรก็ตามคาดว่าแนวโน้มการตั้งโรงงานจะเพิ่มขึ้นและจะมีการอัพเดตตัวเลขอีกครั้ง
จากตัวเลขการตั้งโรงงานและการขยายโรงงาน 8 เดือนของปีนี้ (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 สิงหาคม 2567) ที่มีการตั้งโรงงานและการขยายโรงงานรวม 1,743 โรงงาน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4% มีการจ้างงานรวม 72,733 อัตรา เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 22% และมีเงินลงทุนรวมกว่า 269,824 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 44%
อุตสาหกรรมที่มีการลงทุนตั้งและขยายโรงงานมากที่สุด 3 ลำดับแรก ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2567 คือ
1.อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ มีการตั้งโรงงานและการขยายโรงงานรวม 66 โรงงาน มีการจ้างงานรวม 7,004 อัตรา และมีเงินลงทุนรวมกว่า 35,596 ล้านบาท เป็นผลมาจากความต้องการใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ IoT
2.อุตสาหกรรมอาหาร มีการตั้งโรงงานและการขยายโรงงานรวม 179 โรงงาน มีการจ้างงานรวม 10,029 อัตรา และมีเงินลงทุนรวมกว่า 35,131 ล้านบาท เป็นผลมาจากความต้องการอาหารและอาหารพร้อมทานที่ขยายตัว ประกอบกับราคาส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานของไทยที่ยังคงสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ทำให้ประเทศคู่ค้าหันมานำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานจากไทยมากขึ้น

