หน้าแรก เศรษฐกิจ จับตาก้าวต่อไ...

จับตาก้าวต่อไปห้าง ’ตั้งฮั่วเส็ง’ ใต้ปีกทุนใหม่ หลังทุ่มซื้อกว่า 900 ล้าน

10.09.24 | 22:17 น.

จับตาก้าวต่อไปห้าง ’ตั้งฮั่วเส็ง’ ใต้ปีกทุนใหม่ หลังทุ่มซื้อกว่า 900 ล้าน

ในที่สุดได้เห็นโฉมหน้า เจ้าของใหม่ห้าง “ตั้งฮั่วเส็ง สาขาธนบุรี” ห้างเก่าแก่ในตำนานย่านฝั่งธนบุรี

หลังซุ่มซื้อจากกรมบังคับคดีที่ประกาศขายทอดตลาดตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 จนมาเคาะราคาสุดท้ายเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยราคากว่า 900 ล้านบาท

โดยเจ้าของใหม่ที่เข้ามา คือ บริษัท เอ็มพีวี โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่ง“กิตติพงศ์ กิตติภัสสร”ที่ปรึกษาห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ได้แจ้งผ่านสื่อเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ว่าเป็นเจ้าของใหม่

พร้อมยังระบุด้วยว่าเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์และเป็นเจ้าของตลาดไชยทิศ เลียบทางรถไฟตลิ่งชัน

Advertisement

จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท เอ็มพีวี โฮลดิ้ง จำกัด ได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท มีรายชื่อเป็นคณะกรรมการ 3 คน คือ นายมานัส เติมธนะศักดิ์ นายวิชา พร้อมเพรียงชัย และนายพิสิทธิ์ กาญจนชูศักดิ์

เพื่อดำเนินธุรกิจประกอบกิจการ ค้าอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน ให้โอน รับโอน การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าห้อง เครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งปลูกสร้างหรือที่ดิน

สำหรับ นายมานัส เติมธนะศักดิ์ นั้น ตามที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อน เป็นผู้บริหารบริษัท ในหัว กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารตลาดไชยทิศ มีเนื้อที่ 16 ไร่ ย่านเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย โดยใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท

ด้านนายวิชา พร้อมเพรียงชัย เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท บัณฑิต กรุ๊ป ทำธุรกิจจากการเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างสู่อสังหาริมทรัพย์ย่านศาลายา ในโครงการ วี คอนโด ศาลายา

ส่วนนายพิสิทธิ์ กาญจนชูศักดิ์นั้น ว่ากันว่า เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ตงจั่น ผู้ผลิตแป้งมันและสาคูยี่ห้อดัง อีกทั้งยังเป็นพี่น้องกับนางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีตสก.กทม.อีกด้วย

ถือว่าน่าสนใจ เจ้าของใหม่ที่ทุ่มเงินเฉียด 1,000 ล้านบาท จะชุบชีวิต “ตั้งฮั่วเส็ง” อย่างไร และจะยังคงเป็นศูนย์การค้าดังเดิมและแบรนด์เดิมหรือรีแบรนด์ใหม่หรือจะเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจใหม่ ยังคงต้องติดตาม เพราะคงไม่ง่ายที่ฟื้นคืนในเร็ววัน ท่ามกลางคู่แข่งรายล้อม

”โสภณ พรโชคชัย“ ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) กล่าวว่ากรณีตั้งฮั่วเส็งที่มีหนี้สินมากมาย แม้แต่พนักงานก็ออกมาเรียกร้องเงินชดเชย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าห้างนี้ “ไปต่อ” ไม่ได้แล้ว

”การที่ตั้งฮั่วเส็งประสบสถานการณ์เช่นนี้ก็คงเป็นเพราะการแข่งขัน ซึ่งตามธรรมชาติของห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า ห้างที่ใหญ่ที่สุดย่อมจะเป็นผู้กำชัยชนะในที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่นี้มีห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้าที่มีขนาดใหญ่สุด“โสภณกล่าว

”โสภณ“ขยายความอีกว่า ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นพื้นที่ยึดครองของห้างพาต้า แม้ภายหลังจะมีห้างตั้งฮั่วเส็งเกิดขึ้นตามมา ทั้งสองห้างก็มีลักษณะต่างคนต่างอยู่ จนกระทั่งห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้าเปิดบริการ ทำให้ทั้งสองห้างได้รับผลกระทบโดยตรง

ในฐานะผู้ประเมินค่าทรัพย์สิน ซึ่งเคยประเมินศูนย์การค้าหลายแห่ง เช่น เซ็นทรัลลาดพร้าว มาบุญครอง ซีคอนสแควร์ อีเกีย เป็นต้น “โสภณ”มองว่าในกรณีตั้งฮั่วเส็ง คงต้องปรับปรุงสภาพใหม่ และยกเครื่องบริหารใหม่ รวมทั้งการจัดการทรัพยากรบุคคลให้เรียบร้อย ซึ่งค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาจมีค่าค่อนข้างสูง เช่น ตารางเมตรละนับหมื่นบาท โดยเฉพาะการเปลี่ยนหน้ากาก (Facade) การเปลี่ยนมุมหรือชั้นสำหรับสินค้าและบริการที่แตกต่างออกไปจากเดิม

“โสภณ”กล่าวว่า ยิ่งกว่านั้นผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งใหม่ ยังต้องมี Anchor Tenant หรือผู้เช่าหลักที่เป็นรายใหญ่ที่สามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้บริการได้ รวมทั้งมีการจัดพื้นที่ใหม่ เช่น พื้นที่ co-working space พื้นที่ค้าปลีกเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มคอมพิวเตอร์ IT เครื่องประดับ แฟชั่น เป็นต้น และอาจจัดการการเงินแบบแบ่งผลกำไร (Profit Sharing) มากกว่าการให้เช่าตามปกติ เพื่อดึงดูดให้ผู้ค้าที่มีคุณภาพเข้ามาค้าขายให้ได้มากที่สุด