หน้าแรก เศรษฐกิจ สคร. ชี้ คนสน...

สคร. ชี้ คนสนใจลงทุนวายุภักษ์คึก ย้ำ16-20 ก.ย.นี้ ‘จุลพันธ์’ แจงไทม์ไลน์แจกเงินหมื่น

12.09.24 | 06:15 น.

สคร. ชี้ คนสนใจลงทุนวายุภักษ์คึก ย้ำ16-20 ก.ย.นี้ จองซื้อผ่าน 8 บริษัท ชี้จัดสรรผลตอบแทนแต่ละกลุ่มได้เหมาะสม “จุลพันธ์” แจงไทม์ไลน์แจกหมื่น


เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ยืนยันว่ากระบวนการลงทะเบียนยังเป็นไปตามกำหนดเดิม โดยในส่วนของผู้ที่มีสมาร์ทโฟน ยังลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 15 กันยายน บนแอพพลิเคชั่น ทางรัฐ ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน รัฐบาลจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน-15 ตุลาคม โดยลงทะเบียนผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ทุกสาขาทั่วประเทศ รวม 2,500 สาขา ถือว่าครอบคลุมแล้ว ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะต้องเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนเอามาเป็นหลักฐานอย่างเดียวในการลงทะเบียน

“ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดิจิทัลวอลเล็ต จะแถลงอย่างละเอียดในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จากนั้นจะนำรายละเอียดของโครงการสำหรับกลุ่มเปราะบาง คือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน และกลุ่มผู้พิการ จำนวน 14.5 ล้านคน นับเป็นเฟสแรกของโครงการ เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 17 กันยายน ทันที เพื่อดำเนินการโอนเงินต่อไป”นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าของการลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ผ่านแอพพ์ ทางรัฐ สำหรับผู้มีสมาร์ทโฟนนั้น มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 32 ล้านคน ในส่วนนี้ประเมินว่าที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง คือผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้พิการ ที่จะได้รับสิทธิในเฟสแรก 10 ล้านคน กลุ่มนี้จะถูกหักออกไป เพราะได้สิทธิไปแล้ว เชื่อว่ากลุ่มคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเปราะบางแล้ว ดังนั้น เชื่อว่าการเปิดลงทะเบียนสำหรับกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน จะมีคนมาลงทะเบียนไม่มากนัก

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มประชาชนทั่วไป ที่ลงทะเบียนไว้ผ่านแอพพ์ ทางรัฐ แล้ว และไม่ได้อยู่ในกลุ่มบัตรคนจน และกลุ่มผู้พิการ หากตรวจสอบแล้วมีสิทธิได้รับเงิน 10,000 บาท จะได้รับเงิน 2 รอบ ได้แก่ รอบแรกช่วงปลายปี 2567 เป็นเงินสด 5,000 บาท และหลังจากนั้นต้นปี 2568 จะแจกเงินอีก 5,000 บาทที่เหลือ โดยถ้าทำระบบจ่ายเงินดิจิทัลเสร็จทัน จะรับเป็นเงินดิจิทัล แต่หากทำไม่ทันจะได้รับเป็นเงินสดอีกก้อนหนึ่ง

ด้านนายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ที่กระทรวงการคลังสนับสนุนกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 ซึ่ง ณ วันที่ 10 กันยายน มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) อยู่ที่ 3.49 แสนล้านบาท ระดมทุนโดยการเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก.ให้แก่นักลงทุนทั่วไป ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็น นักลงทุนรายย่อย 3-5 หมื่นล้านบาท และนักลงทุนสถาบัน 1-1.5 แสนล้านบาท ต่อมาได้ให้ข้อมูลแก่นักลงทุน (โรดโชว์) วันที่ 9-10 กันยายน ผลคือได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจกับการเสนอขายอย่างคึกคัก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในกองทุน แม้ไม่ได้รับประกันเงินลงทุนและผลตอบแทน แต่มีกลไกในการคุ้มครองเงินลงทุนและผลตอบแทน และความน่าสนใจของอัตราผลตอบแทนที่กำหนดไว้

“เงินที่ระดมทุนได้ จะเน้นไปลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งแบบเชิงรุกและเชิงรับ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีอัตราผลตอบแทนดี มั่นคงในระยะยาว ยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ และกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจะสร้างแรงกระตุ้นการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นของตลาดทุนให้กับนักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ”นายธิบดีกล่าว

นายธิบดีกล่าวว่า สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในหน่วยลงทุนประเภท ก. จะได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 3% ต่อปี แม้ว่าจะต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรออมทรัพย์ที่ได้เสนอขายไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 แต่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินการจริงของกองทุน แต่สูงสุดไม่เกิน 9% ต่อปี ในขณะที่ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. ได้รับผลตอบแทนตามผลการดำเนินงานจริงของกองทุน รวมถึงได้รับผลตอบแทนของกองทุนส่วนที่เกิน 9% ต่อปี ทั้งหมดโดยไม่มีเพดานขั้นสูง คาดว่าผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. จะยังคงได้รับผลตอบแทนที่ดี และคุ้มค่าในการลงทุน ซึ่งการจัดสรรผลตอบแทนถูกออกแบบให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มได้รับ

“นักลงทุนรายย่อยในประเทศจองซื้อหน่วยลงทุนได้วันที่ 16-20 กันยายน ผ่านบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายหน่วยลงทุน รวม 8 ราย ได้แก่ 1.บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) 2.บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) 3.ธนาคารกรุงเทพ 4.ธนาคารกรุงไทย 5.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 6.ธนาคารกสิกรไทย 7.ธนาคารไทยพาณิชย์ และ 8.ธนาคารออมสิน โดยจะได้รับการจัดสรรด้วยวิธี Small Lot First ทำให้ผู้จองซื้อทุกรายมีโอกาสได้รับจัดสรรหน่วยลงทุนเท่ากัน และนักลงทุนสถาบันจองซื้อหน่วยลงทุน วันที่ 25-27 กันยายน มีเป้าหมายให้หน่วยลงทุนประเภท ก. ซื้อขายใน ตลท.ต้นเดือนตุลาคม” นายธิบดีกล่าว