หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังยังคุมตัว...

คลังยังคุมตัวเลขเงินคงคลังไม่ให้สูง-เผยสิ้นเดือนม.ค.อยู่ที่ 8.3 หมื่นล.เพิ่มขึ้นจากเดือนธ.ค.เล็กน้อย

27.02.17 | 16:59 น.

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 (ตุลาคม 2559 – มกราคม 2560) ว่ารัฐบาลมีรายได้นําส่งคลังทั้งสิ้น จำนวน 7.15 แสนล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 1.22 ล้าน ล้านบาท รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 1.84 แสนล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนมกราคม 2560 มีจํานวน 8.3 หมื่นล้านบาท เงินคงคลังเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2559 ที่อยู่ระดับ 7.49 หมื่นล้านบาท

นายกฤษฎา กล่าวว่า หากดูรายได้พบว่า 4 เดือนแรกในปีงบประมาณ 2560 พบว่ารายได้ 7.15 แสนล้านบาท ต่ำกว่าปีงบประมาณ 2559 มีรายได้ 7.35 แสนล้านบาท ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.8% อย่างไรก็ตามในส่วนของรายจ่ายพบว่าเพิ่มขึ้น โดยปีงบ 2560 รายจ่าย 1.22 ล้านล้านบาท เทียบกับปีงบ 2559 มีรายจ่าย 1.15ล้าน ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 6.4% ทั้งนี้รัฐบาลกู้ชดเชยขาดดุลลดลงกว่า 1.05 แสนล้านบาทคิดเป็น 36.4% ในปีงบ 2560 กู้ 1.84 แสนล้านบาท ส่วนปีงบ 2559 กู้ 2.89 แสนล้านบาท โดยในส่วนของเงินคงคลังปลายงวดนั้นในปีงบ 2560 อยู่ระดับ 8.3 หมื่นล้านบาท เทียบกับปีงบ 2559 อยู่ระดับ 2.47 แสนล้านบาท ลดลง 1.64 แสนล้านบาทคิดเป็น 66.5%

นายกฤษฎา กล่าวว่า ระดับเงินคงคลังที่ลดลงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เกิดจาก การบริหารเงินคงคลังหรือเงินสดที่รัฐบาลถือครองต้องมีเพียงพอสำหรับการใช้จ่าย แต่ไม่มากจนก่อให้เกิดภาระดอกเบี้ยจนเกินไป ระดับของเงินคงคลังที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับการนำส่งรายได้และภาระรายจ่ายในห้วงเวลาอันใกล้ ประกอบกับความสามารถในการกู้ยืมเพื่อเติมเต็มเงินคงคลัง กล่าวคือ หากเวลาอันใกล้มีรายได้นำส่งเพียงพอสำหรับรายจ่าย รัฐบาลย่อมไม่จำเป็นต้องถือครองเงินคงคลังเกินเหมาะสม การบริหารในลักษณะนี้ ช่วยให้รัฐบาลประหยัดดอกเบี้ยและสามารถนำดอกเบี้ยที่ประหยัดดังกล่าวมาใช้ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศได้

“ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 รัฐบาลยังคงบริหารเงินคงคลังให้อยู่ระดับที่เหมาะสม โดยไม่เป็นภาระงบประมาณและยังสามารถรองรับการใช้จ่ายของรัฐบาลได้ตามปกติ”นายกฤษฎา กล่าว