‘นฤมล’ พร้อม ‘อิทธิ-อัครา’ ประกาศเดินหน้า สานต่อ 9 นโยบาย สู่เกษตรทันสมัย
เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่ ห้องประชุมธารทิพย์ 1 ชั้น 4 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพมหานคร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัด ประชุมมอบนโยบายขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี คณะผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมการประชุม
นางนฤมล กล่าวว่า ตามที่รัฐบาล ภายใต้การนำของ น.ส แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 โดยนโยบายด้านการเกษตร รัฐบาลยังคงเน้นยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยมุ่งเน้นให้นำเทคโนโลยีด้านการเกษตร เช่น เกษตรแม่นยำ หรือเกษตรอัจฉริยะ มาใช้พัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และอาชีพที่เกี่ยวเนื่อง ดึงจุดเด่นของประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของโลกด้านความมั่นคงทางอาหาร เร่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและราคาพืชผลการเกษตร รวมทั้งยกระดับรายได้ของเกษตรกร นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นในเรื่องการจัดการที่ดินทำดินให้เกษตรกร และการบริหารจัดการน้ำ โดยจะต้องเชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลชุดนี้ จะยึดหลักการทำงาน คือ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และเน้นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการเกษตรและวิสัยทัศน์ Ignite Thailand โดยจะยังคงสานต่อ 9 นโยบายสำคัญ ให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย ดังนี้

1.สร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ – โดยเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ขยายครอบครัวเกษตร บูรณาการงานอย่างเข้มแข็ง และ สานต่อการกิจการกำกับดูแลสินค้าเกษตรทั้ง พืช ประมง และปศุสัตว์
2. เร่งรัดจัดที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร ซึ่งจะขยายผลโฉนดเพื่อการเกษตร และ การเข้าถึงแหล่งทุน ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในเขตปฏิรูปที่ดิน
3. บริหารจัดการนํ้า โดยการบริหารจัดการทั้งนํ้าท่วม นํ้าแล้ง และการเติมน้ำในเขื่อน
4. ยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูงโดยจะต่อยอดโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตร และ ส่งเสริมการสร้างอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้
5. ยกระดับศักยภาพของเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็ง โดย ส่งเสริมการทำธุรกิจสหกรณ์การเกษตรให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน และ ส่งเสริมเกษตรกร สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตร
6. จัดการทรัพยากรทางการเกษตร โดย ทําการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและ ส่งเสริมฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน
7. รับมือกับภัยธรรมชาติ วางแผนและมีมาตรการเชิงรุก เพื่อรับมือตั้งแต่การป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู ภัยแล้งหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติทุกชนิด
8. สานต่อการทําสงครามสินค้าเกษตรเถื่อนโดยจะปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
9. อำนวยความสะดวกด้านการเกษตร ทั้งพัฒนาระบบการประกันภัยภาคการเกษตร และ ผลักดันนโยบายตลาดนํา นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้
“นโยบายทั้ง 9 ด้าน ของกระทรวงเกษตรฯ มุ่งให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง และช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องเกษตรกรไทยให้อยู่ดีกินดี สินค้าเกษตรมีมูลค่าสูง และทรัพยากรเกษตรยั่งยืน ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของครอบครัวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงความร่วมมือในการทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ตลอดจนภาคีต่าง ๆ และที่สำคัญ คือความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจจากพี่น้องเกษตรกรไทย และคนในภาคการเกษตรทุก ๆ ฝ่ายไปพร้อมกัน” นางนฤมล กล่าว

ด้าน นายอิทธิ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันเริ่มต้นของการทำงานที่จริงจังและถูกกฎหมาย สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างครบถ้วน นโยบายของกระทรวงเกษตรฯ จะยึดนโยบายของนโยบายที่แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีความชัดเจน อีกทั้งยังคงยึดแนวทางของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นเข็มทิศในการทำงาน อย่างไรก็ตาม การที่งานจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจาก ทุกหน่วยงานในสังกัด ในการทำงานเพื่อพี่น้องเกษตรกร ให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น จึงขอให้บูรณาการและระดมความคิดเห็น เชื่อว่าจะสำเร็จอย่างแน่นอน
ด้าน นายอัครา กล่าวว่า ตนมั่นใจในการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และยินดีให้การสนับสนุนนโยบายการขับเคลื่อนงาน ซึ่งเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะนำพาครอบครัวกระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผมจะใช้ความรู้ความสามารถเพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้สัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว และขอส่งแรงใจให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยงานในสังกัดได้มีแรงใจในการขับเคลื่อนนโยบาย ขอฝากให้ทุกหน่วยงานร่วมกันทำงานโดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

