“พิชัย” ชู 10 นโยบาย พาณิชย์ขับเคลื่อนการค้า-ขยายเศรษฐกิจ ประเดิมงานดันเจรจาเอฟทีเอและโรดโชว์ส่งออก เล็งถกธปท.จี้หั่นดอกเบี้ย คุมค่าบาท และเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจเอสเอ็มอี ส่วนแบ่งงานยังนิ่ง
เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายสำคัญ 10 ประเด็นให้กับการกระทรวงพาณิชย์ ในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย
- ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส โดยให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพ ตามนโยบายเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย โดยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เพิ่มทางเลือกการบริโภคและกระจายสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาเป็นธรรม ดูแลเกษตรกร และแก้ปัญหาทั้งระบบ รวมถึงเพิ่มรายได้ เชื่อมโยงเข้ากับนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ทักษะ เร่งขยายโอกาส เพิ่ม ช่องทางการค้าทั้งออนไลน์ และออฟไลน์
- บริหารให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้บริโภค เกษตรกร ผู้ประกอบการ เน้นสร้างสมดุล เร่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ผลักดันและเชื่อมโยงทุกภาคส่วน
- ทำงานเชิงรุก ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และทูตภพาริชย์ มุ่งรักษาตลาดเดิมและเสริมตลาดใหม่ เริ่งเพิ่มบทบาทพาณิชย์คู่คิดเอสเอ็มอี
- แก้ไขข้อจำกัดของกฎหมายหรือปรับปรุงข้อกฎหมายที่เก่าล้าสมัย
- ร่วมขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งงบประมาณกลุ่มแรก กระทรวงพาณิชยฺจะเร่งอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายช่องทางต่างๆ เช่น ร้านค้าธงฟ้า ร้านอาหารํธงหฟ้า ตลาดต้องชม
- เร่งผลักดันการส่งออก ให้ตัวเลขเป็นบวกมากกว่าเดิม ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าไว้ 1-2% ผ่านยุทธศาสตร์ อาทิ ทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เปิดตลาดใหม่ ยกระดับขีดความสามมารถในการแข่งขัน พัฒนาระบบโลจิสติกส์
- ผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ
- พานักธุรกิจไทยไปบุกต่างประเทศ
- ปรับโครงสร้างการส่งออกให้ทันสมัย เช่น ส่งเสริมอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์(PCB)
- ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดสินค้ารักสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ นโยบายมีทั้งการสานต่อนโยบายเดิมที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดำเนินการไว้ และบางส่วนได้เสริมขึ้น เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์และการขับเคลื่อนประเทศ
นายพิชัย กล่าวว่า สำหรับการทำงานเร่งด่วนใน 3 เดือนแรก คือ การเร่งเจรจาและใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ การมุ่งขายของและส่งออก ซึ่งเตรียมเดินทางไปลาว และอังกฤษ รวมถึงพบปะทูตจากหลายประเทศ ลดต้นทุนและลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งหลังจากการเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ปลายเดือนกันยายน เป็นต้นไป จะหารือกับทุกหน่วยงานในการผลักดันตามนโยบาย ทั้งการแก้ปัญหาโดยรวม การลดปัญหาจากทุนข้ามชาติ การถูกสินค้าราคาถูกด้อยคุณภาพมาตีตลาด เป็นต้น
“ ขณะนี้ 3 เรื่องที่ต้องเร่งผลักดัน คือ การลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่าเงินแข็งค่าซึ่งระดับ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 5-6%ภายในระยะ 1 เดือน กระทบอย่างมากต่อผู้ประกอบการและส่งออกของไทย อีกเรื่องคือเพิ่มสภาพคล่องในตลาด โดยเฉพาะการลดต้นทุนเอสเอ็มอีและหนี้ครัวเรือนสูง ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากส่งสัญญาณไปถึงธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ควรต้องเร่งดำเนินการ และเตรียมนัดหมายและหารือกับผู้ว่าธปท. ให้เร็วที่สุด ตอนนี้นโยบายการเงินสำคัฐกว่าการคลัง ทั้งดอกเบี้ยสูง อัตราแลกเปลี่ยน ส่วนมีผลต่อภาคส่งออก ซึ่งเป็นสัดส่วน 60% ของจีดีพีประเทศ ค่าบาทแข็ง ธปท.ช่วยดูแลด้วย ไม่ใช่เป็นคู่แค้นกับแบงก์ชาติ หรือไม่ได้โจมตีธปท.แต่ต้องการส่งสัญญาณถึงปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข ใน 3 เรื่อง ต้องบอกว่า การขยายตัวของจีดีพีเป็นเรื่องสำคัญ อย่ามาพูดว่าการเพิ่มจีดีพีไม่สำคัญ ไม่รู้ว่าจบอะไรมา เพราะหมายถึงการเพิ่มรายได้และการขยายตัวของเศรษฐกิจมาจากการเพิ่มจีดีพี “นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวถึงการแบ่งงานกับ 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า ยังไม่มีการหารือในเรื่องนี้ เบื้องต้นน่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเร็วๆนี้ คงต้องขอดูอีกระยะหนึ่ง


