หน้าแรก เศรษฐกิจ ปธ.กมธ.ห่วงไท...

ปธ.กมธ.ห่วงไทย ‘ตามไม่ทัน’ ยังเป็น ‘อุตสาหกรรมเก่า’ ฝากโจทย์หยุดอนาคต ‘ถังรับขยะ’

17.09.24 | 13:09 น.

ปธ.กมธ.ห่วงไทย ‘ตามไม่ทัน’ ยังเป็น ‘อุตสาหกรรมเก่า’ ฝากแก้โจทย์หยุดอนาคต ‘ทัวร์ศูนย์เหรียญ’ ถังรับขยะ ชง ‘พ.ร.บ.กองทุนโรงงาน’

เมื่อวันที่ 17 กันยายน เวลา 09.00 น. ที่ห้องอินฟินิตี้ โรงแรมพูลแมน ถนนรางน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เครือมติชน ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.อว.) จัดงาน “ปลุกไทยฝ่าวิกฤต ปั้น PCB เศรษฐกิจแสนล้าน”

เพื่อนำเสนอทิศทางให้ไทยไปสู่อนาคต ผ่านปรับเปลี่ยนโครงสร้างต่างๆ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ในด้านอุตสาหกรรมและการลงทุน ซึ่งอุตสาหกรรมการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board: PCB) ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมใหม่ ที่น่าสนใจ รวมไปถึงการเติบโตของ Generative AI ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของ Data Center และอุปกรณ์ AI Compatible อีกหลากหลายรูปแบบ

บรรยากาศเวลา 10.30 น. เข้าสู่เสวนาช่วงที่ 1 ในหัวข้อ “ปลุกไทย ฝ่าวิกฤต ปั้น PCB เศรษฐกิจแสนล้าน” โดย นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร, นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), ผศ.ดร.เลิศศักดิ์ เลขวัต รักษาการผู้ช่วยคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง


ในตอนหนึ่ง นายอัครเดชกล่าวว่า ตนในฐานนะ ประธานกมธ.อุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ดูเรื่องกฎหมายที่จะบังคับใช้ ซึ่งเราสนใจในเรื่องของอุตสาหกรรม PCB เพราะเชื่อว่าเป็นอุตสาหกรรมที่จะสามารถกระตุ้น และเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้ในอนาคต

Advertisement

“ประเทศไทยเรา วันนี้มีความท้าทายจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซียก็ดี เวียดนามก็ดี ซึ่งถือว่าเป็นฐานลงทุนใหม่ ที่เป็นทางเลือกของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นฝั่งยุโรป จีน หรือสหรัฐฯ ก็ดี เราเองจะทำอย่างไรให้สามารถแข่งขันได้” นายอัครเดชชี้

นายอัครเดชกล่าวว่า เราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ทางสภาฯ เองพยายามปรับตัว โดยแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้สนับสนุนอุตสาหกรรมที่จะมาเป็นอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ในอนาคต เรามีการแก้กฎหมายหลายอย่าง และต้องไม่ลืมว่าการเติบโตในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น PCB หรืออะไรก็ดี มันต้องควบคู่ไปกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและชุมชนด้วย

“ที่ผ่านมาทาง กมธ.เรายื่นแก้กฎหมายหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนโรงงานอุตสาหกรรมก็ดี ที่ยื่นเข้าไปแล้ว ในส่วนของการแก้ พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรม ก็ได้ยื่นเข้าไปแล้ว และ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ที่ผมเป็นเจ้าของร่างฯ เอง ก็ได้ยื่นเข้าไปแล้ว และยังมีต่อเนื่องอีก 6-7 ฉบับ ที่ กมธ.อุตสาหกรรมกำลังทำ เป็นสิ่งสำคัญที่นอกจากจะช่วยส่งเสริมแล้ว ยังเป็นการทำให้อุตสาหกรรมเติบโตควบคู่ไปกับชุมชนและประเทศชาติด้วย คือบทบาทที่เราจะทำ” นายอัครเดชกล่าว และว่า

สุดท้ายคือการเป็น ‘ข้อกลางเชื่อม’ ระหว่างฝ่ายบริหารและภาคธุรกิจหรือนักลงทุน อะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์ เราเองก็พร้อมที่จะเป็นข้อกลางในการเชื่อมให้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะรัฐมนตรี ได้รับไปดำเนินการในฐานะฝ่ายบริหาร เหล่านี้คือบทบาทหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติที่เราทำอยู่

นายอัครเดชกล่าวถึงความกังวลในเรื่องบุคลากรว่า บุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญ ในการที่นักลงทุนจะเลือกมาลุงทุน ที่ผ่านมามีหลายบริษัท ที่ไม่ได้เลิกเมืองไทย แต่ไปเลือกประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเรื่องคน

“ผมอยากฝากทางกมธ. และกระทรวง อว. ให้มีการปรับปรุง เนื่องจากวิปรัฐบาลจะมีกฎหมาย
พ.ร.บ.ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเข้า ก็เป็นอีกมหาวิทยาลัยตัวอย่างที่ผมได้ตั้งข้อสังเกตและความห่วงใยในการประชุมวิปรัฐบาลว่า
ในเรื่อง ‘การผลิตบัณฑิตของเรา’ ไม่ได้ไปสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เพราะเรายังผลิตบัณฑิตทางด้านสังคมศาสตร์ออกมามาก แล้วเราก็บอกว่าบัณฑิตของเราตกงาน

แต่ในขณะเดียวกัน วันนี้เราต้องการบุคลากรเข้ามาซัพพอร์ตในธุรกิจ PCB ซึ่งต้องมีทั้งการรีสกิล- อัพสกิล ให้ตอบโจทย์ผู้ลงทุนได้”

“แต่วันนี้มหาวิทยาลัยของรัฐ เรียกได้ว่าแทบทุกแห่ง ยังไม่สามารถปรับตัวได้ เพราะตั้งแต่ปี 2562 ผมเป็นคณะกรรมมาธิการงบประมาณ ก็ให้ข้อสังเกตนี้ไปกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพราะจำได้ว่า ปีนั้นผมลงมานั่งพิจารณาอนุกรรมาธิการทางด้านกระทรวงอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เราก็ดูแล้วเห็นว่า มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะในต่างจังหวัด เน้นผลิตบุคลากรทางด้านบริหาร และสังคมศาสตร์ ถึงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์

“เราเป็นผู้แทน พอลงพื้นที่จะเจอบัณทิตมาร้องว่าไปทำงาน โดนตีเป็นค่าค่าแรงขั้นต่ำ เพราะไม่ได้ใช้วุฒิปริญญาตรี ใช้วุฒิ ม.6 ในการสมัครงาน แต่ความจริงแล้ว ทิศทางในการผลิตบุคลากรของเราไม่ได้เชื่อมโยงกับทาง BOI กับแผนยุทธศาสตร์ชาติเลย ผลิตบัณฑิตตามความอยู่รอดของมหาวิทยาลัย อะไรที่เด็กอยากเรียน เราก็ไปผลิตทางนั้น โดยที่เด็กเรียนเอาง่าย คือสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าทาง อว.ต้องรับไป”

นายอัครเดชกล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือโครงสร้าง เราเปลี่ยนอุตสาหกรรมจากรถยนต์ สันดาป ไปเป็นไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นปลายน้ำที่สำคัญ ในการรองรับ PCB

“แต่โครงสร้างในการลงทุนของเรา ยังเป็นอุตสาหกรรมเก่าอยู่เลย เป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมเก่าที่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ผู้บริหารประเทศก็ต้องคิดว่า ในเมื่อวันนี้เข้าสู่ยุคเอไอ ธุรกิจเกี่ยวกับ PCB ก็ดี Semiconductor หรือ EV ก็ดี ซึ่งวันนี้ PCB โตไปตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างเรื่องของมือถือ เทคโนโลยีสื่อสาร

วันนี้โครงสร้างพื้นฐานของเรา ได้รองรับการลงทุนเรื่องดิจิทัลมากน้อยแค่ไหน และผมคิดว่าภาครัฐคงต้องทำ และยุคนี้เป็นยุคที่ดี นอกจากการพูดคุยตามขั้นตอนราชการ ยังมีการพูดคุยส่วนตัว แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้นำไปปรับปรุงและพัฒนา” นายอัครเดชระบุ

เมื่อถามว่า แล้วการสนับสนุนทางกฎหมาย เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ดีสำหรับอุตสาหกรรม PCB ในบ้านเราปรับปรุงไปถึงไหนแล้ว ?

นายอัครเดชกล่าวว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะในกระบวนการผลิต ใช้น้ำเยอะมาก อุตสาหกรรมนี้เรามีกากของเสียอุตสาหกรรม (waste) จากการผลิตเยอะมาก เราจะจัดการอย่างไร อย่างที่ จ.ระยอง โรงงานวิน โพรเสสฯ ที่มีการดำเนินคดีอยู่ และตามกันไปถึงราชบุรี มาที่อยุธยา ไปปราจีนบุรีก็ดี

“วันนี้ไทยเราเจอปัญหาอย่างมาก ในเรื่องการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม ทั้งที่เป็น Hazardous Waste และ Non-Hazardous Waste เรามีปัญหามาก แล้ววันนี้เราดึงเขาเข้ามา กฎหมายเรารองรับหรือยัง เรามีระเบียบ, โครงสร้างพื้นฐาน ในการกำจัดสิ่งเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน คือสิ่งที่ผมคิดว่า กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องไปทำ

แต่สิ่งที่ตนได้ทำควบคู่กันไป คือการแก้กฎหมาย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีการแถลงนโยบาย ตนก็ ได้คุยเรื่อง ‘กองทุนปฏิรูปอุตสาหกรรม’ ‘กองทุนโรงงาน’ ที่จะมาจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมที่วันนี้เป็นภาระงบประมาณของประเทศ

“เมื่อมี Waste แล้วผู้ประกอบการไปเผาทิ้ง ทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วเราต้องใช้งบฯแผ่นดิน เป็นพันล้าน แทนที่จะเอาเงินไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล สาธารณูปโภคต่างๆ แต่เราต้องใช้เงินเป็นพันล้าน ในการจัดการกากของเสีย ซี่งเกิดจากการละเมิดกฎหมาย

“วันนี้ผมเลยยื่นร่าง พ.ร.บ.กองทุนโรงงาน มาจัดการเรื่องพวกนี้ โดยการดึงเงินประกันของผู้ประกอบการ อีกหน่อยถ้าผู้ประกอบการ PCB เข้ามา ถ้ากฎหมายผ่าน คุณต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งมี 2 ทางคือ 20 % ของทุนจดทะเบียน หรือ 10 เท่าของค่าทำเนียมรายปี เวลาเลิกกิจการก็เอาเงินกลับไป ถ้ามีปัญหา เราก็เอาเงินกองทุนนี้ไปจัดการ ไม่ต้องเป็นภาระงบประมาณแผ่นดิน คือสิ่งที่เราพยายามปรับปรุง ให้รองรับการมาลงทุนในบ้านเรา” นายอัครเดชเผย

ในช่วงท้าย นายอัครเดชกล่าวเสริมว่า เรามีความเป็นห่วงอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องแรงงาน เพราะสิ่งสำคัญในวันนี้ เวลานักลงทุนเข้ามา เขาก็พยายามมองอีกมิติ คือดึงซัพพลายเชนในบ้านเขามาด้วย แต่เราเองอยากให้ใช้ซัพพลายเชนในบ้านเรา เพราะไม่อย่างนั้นเราตายหมด

ถึงวันนึง เราต้องไปแก้กฎหมาย เพราะมีอาชีพสงวน ใน พ.ร.บ.แรงงาน ก็ต้องไปนั่งแก้ แล้วบัณฑิตจบมา เราจะคุ้มครองแรงงานได้อย่างไรบ้าง เพราะทุกวันนี้บริษัทลงทุนที่เข้ามาก็ได้รับการร้องเรียนประจำว่าเอาแรงงานเข้ามา แล้วเอาวิศวกร, สถาปนิกไทยไปไว้ไหน เข้ามาก็คนของเขา สถาปนิก วิศวกรของเขา แล้วก็ไปจ้างแรงงานเพื่อบ้าน ลาว เมียนมา กัมพูชาบ้าง ประเทศไทยรับแต่ Waste ทำอย่างไรไม่ให้เราเหมือน ‘ทัวร์ศูนย์เหรียญ’ อย่างที่มีวาทกรรมในทุกวันนี้

“ผมได้พบท่านทูต ที่สถานทูตจีน ท่านก็บอกว่าเขาเป็นห่วงเหมือนกัน เรื่อง ทัวร์ EV ศูนย์เหรียญ ทาง กมธ.อุตสาหกรรม และสถานทูตจีน เรากำลังทำโครงการหนึ่ง เพื่อแมตชิ่งให้นักลงทุนจีน ได้ซัพพอร์ต ใช้ซัพพลายเชนของไทย ซึ่งยังเป็นผลทางจิตวิทยาด้วยว่า ทางภาครัฐไม่ได้นิ่งดูดาย” นายอัครเดชเผย

เมื่อถามว่า แล้วสิ่งที่ผู้ประกอบควรจะทำต่อไปคืออะไร ?

นายอัครเดชกล่าวว่า ในส่วนของผู้ประกอบการ PCB ตนคิดว่าส่วนสำคัญและเป็นนโยบายภาครัฐด้วย คือเรื่องสิ่งแวดล้อม

“ผมเป็นห่วงมาก ทั้งเรื่องพลังงานสะอาด และเรื่องคาร์บอน ที่ตอนนี้ภาครัฐกำลังผลักดัน รวมถึง Waste แต่ผมมั่นใจว่ากลุ่มทุนที่เข้ามานั้น มีขนาดใหญ่ และมีมาตรการในการบำบัดจัดการสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเรื่องพลังงานสะอาด การหมุนเวียน และการจัดการ Waste ก็ดี

แต่สิ่งสำคัญที่ผมเป็นห่วง คือโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ กฎระเบียบที่วันนี้เราต้องไปให้ทัน วันนี้ต้องยอมรับว่า นักลงทุนยังกังวลอยู่ เพราะพอไปถึงภาคของการปฏิบัติจริงๆ บางทียังเป็นคำถามว่า ทำได้จริงไหม ทำไมไม่เหมือนที่ BOI ไปโรดโชว์ให้เขาฟัง ดังนั้น ภาครัฐคงต้องปรับปรุงกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน ให้รองรับนักลงทุน PCB เพื่อให้เป็นอนาคตและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศจริงๆ ไม่ใช่เหมือนอย่างวาทกรรม ‘ทัวร์ศูนย์เหรียญ’ ” นายอัครเดชกล่าว