ผู้ช่วยคณบดีสจล. ลั่น เราเหนื่อยแน่ อุตสาหกรรมล้ำ เสิร์ฟบัณฑิตไม่ทันใช้ แนะรัฐต้องเร่งหนุน – อัพสกิลแรงงาน
เมื่อวันที่ 17 กันยายน เวลา 09.00 น. ที่ห้องอินฟินิตี้ โรงแรมพูลแมน ถนนรางน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เครือมติชน ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.อว.) จัดงาน “ปลุกไทยฝ่าวิกฤต ปั้น PCB เศรษฐกิจแสนล้าน”
เพื่อนำเสนอทิศทางให้ไทยไปสู่อนาคต ผ่านปรับเปลี่ยนโครงสร้างต่างๆ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ในด้านอุตสาหกรรมและการลงทุน ซึ่งอุตสาหกรรมการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board: PCB) ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมใหม่ ที่น่าสนใจ รวมไปถึงการเติบโตของ Generative AI ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของ Data Center และอุปกรณ์ AI Compatible อีกหลากหลายรูปแบบ

บรรยากาศเวลา 10.30 น. เข้าสู่เสวนาช่วงที่ 1 ในหัวข้อ “ปลุกไทย ฝ่าวิกฤต ปั้น PCB เศรษฐกิจแสนล้าน” โดย นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร, นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), ผศ.ดร.เลิศศักดิ์ เลขวัต รักษาการผู้ช่วยคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
ในตอนหนึ่ง ผศ.ดร.เลิศศักดิ์ ผู้ช่วยคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมขั้นสูง สจล. กล่าวว่า อุตสาหกรรม PCB เป็นพื้นฐานของระบบอิเลคทรอนิคส์ ซึ่งปัจจุบันมูลค่าโดยรวมของทั้งโลกอยู่ที่ประมาณ 80 ล้าน ถึง 1,000 ล้านเหรียญ ซึ่งมีการสำรวจว่าในปี 2029 จะขึ้นไปจนถึง 1,200 ล้านเหรียญ เราจะเห็นว่าตลาด PCB โลกมีความกว้างขนาดไหน แต่ในปัจจุบันมีตลาดอีกแห่งหนึ่งที่ขึ้นมาคือตลาดชิป AI ที่ทำให้เพิ่มศักยภาพในตลาดเมื่อไม่กี่ปีมานี้
“ในแง่ตลาด PCB โลกเราจะเห็นว่าถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ทางด้านฝั่งเอเชียและทั่วโลก ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า 48 เปอร์เซ็นต์ของตลาดอยู่รอบๆ ประเทศไทย ถ้าเทียบด้านมูลค่าส่งออกของบ้านเราอยู่ที่ 150,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็น 0.15 เปอร์เซ็นต์ของตลาดโลกในปัจจุบัน เราต้องมาคิดกันต่อว่าถ้าเจาะตลาดตรงนั้นได้ อนาคตอุตสาหกรรมของไทยจะจ้างแรงงานคนเพิ่มได้มากขนาดไหน เพื่อมาเติมโอกาสแรงงานที่ยังว่างอยู่ ได้หรือไม่”
ผศ.ดร.เลิศศักดิ์กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าถ้าวันข้างหน้าธุรกิจ PCB ขยายตัวมากขึ้นจะมีการจ้างงานเพิ่มนับแสนคน แต่ในส่วนนี้มีความท้าทายด้านปริมาณคน เพราะเรากำลังอยู่ในช่วงแรกของการเติบโตในอุตสาหกรรม

“ผมมองว่าเราจะเหนื่อย ทางรัฐบาลจะต้องเร่งสนับสนุน เพราะเราจะตามไม่ทันและสูญเสียโอกาสตรงนี้ไปเหมือนกับที่เราเคยสูญเสียโอกาสในด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว ถ้าเกิดว่าเราไม่เสียโอกาสในครั้งนั้น ผมเชื่อว่าปัจจุบันเราจะกลายเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างแน่นอน ซึ่งภาครัฐจะต้องรีบเข้ามาสนับสนุนในส่วนนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบในอดีตอีก”
“ตอนนี้เราไม่ได้กังวลในเรื่องการศึกษา แต่เรากังวลปริมาณของคนที่จะเพียงพอต่อการเติบโตไหม เพราะมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตได้เต็มที่ปีละ 1,000 คนต่อปี แต่อุตสาหกรรมนี้ต้องการเป็น 10,000 คน ในเมื่อไม่สามารถหวังปริมาณนักศึกษาจบใหม่ได้ ผมคิดว่าเราจะต้องมาคิดกันต่อว่าจะเพิ่มสกิลความสามารถให้คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมให้มีศักยภาพมากขึ้น
เพราะอุตสาหกรรมนี้ไม่ใช่ Non Skill labor แต่เป็น Skill labor เนื่องจากเครื่องจักรต่างๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานเป็นแบบอัตโนมัติแทบทั้งหมดแล้ว ผู้ที่จะมาปฏิบัติงานจึงต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องระบบอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้าด้วย” ผศ.ดร.เลิศศักดิ์กล่าว
ผศ.ดร.เลิศศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า เราจะมองในระยะสั้นไม่ได้ แต่จะต้องมองระยะยาว เพื่อทำให้จำนวนคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น อาจจะถึง 100 เปอร์เซ็นต์ เราจะต้องตั้งเป้าไว้ประมาณ 3-5 ปีข้างหน้า ในช่วงแรกอาจจะใช้คนต่างชาติก่อน แล้วก็ให้เวลาพวกเขาเฟดตัวออกไป ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะได้ไม่มีการอ้างว่าจำนวนคนไม่พอจึงเริ่มต้นการทำงานไม่ได้


