อสังหาอีสาน เบรกลงทุนใหม่ เร่งระบายสต๊อก 4 หมื่นล้าน เปิด 5 จังหวัดเหลือขายบาน
เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า การสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วย นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี และมหาสารคาม ในครึ่งแรกปี 2567 มีอุปทานพร้อมขาย 13,520 หน่วย มูลค่า 50,116 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุด 2,527 หน่วย มูลค่า 7,757 ล้านบาท บ้านจัดสรร 10,993 หน่วย มูลค่า 42,360 ล้านบาท มียอดขายได้ใหม่ 2,242 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.5 มูลค่า 8,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.8
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการขายได้ใหม่ที่เป็นบ้านแนวราบ 1,748 หน่วย มูลค่า 6,717 ล้านบาท และอาคารชุด 494 หน่วย มูลค่า 1,566 ล้านบาท โดย นครราชสีมา มียอดขายบ้านแนวราบสูงสุด 767 หน่วย มูลค่า 2,952 ล้านบาท และ ขอนแก่น มียอดขายอาคารชุดสูงสุด 238 หน่วย มีมูลค่าเพียง 404 ล้านบาท
ขณะที่นครราชสีมามีมูลค่าการขายอาคารชุดใหม่ถึง 1,115 ล้านบาท ทั้งที่มียอดขาย 227 หน่วยเท่านั้น น่าจะเป็นเพราะราคาอาคารชุดในนครราชสีมามีราคาที่สูงกว่าจังหวัดอื่น โดยเฉพาะโซนเขาใหญ่ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นและราคาค่อนข้างสูง ทั้งนี้อัตราดูดซับของภาพรวมตลาดอยู่ที่ร้อยละ 2.8 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2566
นายวิชัยกล่าวว่า ขณะที่หน่วยเปิดตัวใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด รวม 1,457 หน่วย ลดลงร้อยละ 51.6 มูลค่า 5,335 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 48.2 เป็นบ้านแนวราบ 1,024 หน่วย มูลค่า 4,200 ล้านบาท อาคารชุด 433 หน่วย มูลค่า 1,135 ล้านบาท โดยนครราชสีมาและขอนแก่นมีการเปิดตัวใหม่ใกล้เคียงกัน โดยบ้านแนวราบของนครราชสีมาเปิดใหม่ 380 หน่วย มูลค่า 1,554 ล้านบาท และอาคารชุด 216 หน่วย มูลค่า 820ล้านบาท และขอนแก่นมีอาคารชุดเปิดตัวใหม่ 217หน่วย มูลค่า 315 ล้าน ส่วนอุดรธานี อุบลราชธานี และมหาสารคาม ไม่มีเปิดตัวอาคารชุดใหม่
นายวิชัยกล่าว่า จากการที่ ภาพรวม 5 จังหวัดมียอดขายได้ใหม่มีการปรับตัวดีขึ้นกว่าปีก่อนและผู้ประกอบการค่อนข้างระมัดระวังเติมอุปทานใหม่เข้าไปในตลาดน้อยลง ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยเหลือขายในช่วงครึ่งแรกปี 2567 มี 11,278 หน่วย ลดลดลงร้อยละ 12.2 มูลค่า 41,832 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 เป็นแนวราบ 9,245 หน่วย มูลค่า 35,642 ล้านบาท และอาคารชุด 2,033 หน่วย มูลค่า 6,190 ล้านบาท โดยจังหวัดนครราชสีมามีบ้านแนวราบเหลือขายสูงสุด 4,310 หน่วย มูลค่า 16,997 ล้านบาท รองลงมาขอนแก่น 2,591 หน่วย มูลค่า 10,758ล้านบาท ขณะที่จังหวัดขอนแก่นมีอาคารชุดเหลือขายสูงสุดที่ 1,205 หน่วย มีมูลค่า 2,066 ล้านบาท แต่นครราชสีมามีมูลค่าอาคารชุดเหลือขายมากถึง 4,089 ล้านบาท ทั้งที่เหลือขายเพียง 806 หน่วย เป็นผลจากที่ราคาราคาอาคารชุดในนครราชสีมามีราคาที่สูงกว่าจังหวัดอื่น
นายวิชัย กล่าวว่า คาดการณ์ปี 2567 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัดจะมีที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ 4,855 หน่วย มูลค่า 20,381 ล้านบาท มีหน่วยขายได้ใหม่ 4,976 หน่วย มูลค่า 18,100 ล้านบาท เหลือขาย 11,532 หน่วย มูลค่า 42,755 ล้านบาท โดยคาดการณ์หน่วยขายได้ใหม่จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.2 มีอัตราดูดซับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยโดยเฉพาะในกลุ่มอาคารชุด ซึ่งเมืองหลักมีทิศทางการฟื้นตัวที่เด่นชัดขึ้น โดยนครราชสีมาและขอนแก่น เห็นการฟื้นตัวในมุมที่เหมือนและแตกต่าง
โดย นครราชสีมาพื้นที่ในเมือง มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นโดยเฉพาะบ้านเดี่ยวมียอดขายที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตราดูดซับโดยภาพรวมดีขึ้น ขณะที่ เขาใหญ่-ปากช่อง ได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มเห็นการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่ม ส่วนขอนแก่นมีการพัฒนาอาคารชุดมากที่สุดยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งยอดขายใหม่ เปิดขายใหม่ รวมถึงบ้านเดี่ยวที่มีทิศทางดีขึ้น แต่ต้องระมัดระวังเติมสินค้าใหม่เข้าตลาดในกลุ่มของทาวน์เฮ้าส์
ส่วน อุดรธานี อุบลราชธานี มหาสารคาม เริ่มฟื้นตัวจากการทรงตัวของยอดขาย และการปรับตัวของผู้ประกอบการชะลอการเติมสินค้าใหม่เข้าตลาด แต่ทั้ง 3 จังหวัดยังต้องระมัดระวังเปิดโครงการใหม่ เพราะยังมีหน่วยเหลือขายและผู้ประกอบการควรใช้โอกาสไตรมาสสุดท้ายของมาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนอง จัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขายที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้าส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเร่งระบายสต็อกสร้างเสร็จเหลือขายที่ยังมีอยู่มากในปัจจุบัน
นายวิชัยกล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อพิจารณารายพื้นที่ที่มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรกในครึ่งแรกของ ปี 2567 ใน
จังหวัดนครราชสีมา อันดับ 1 โซนจอหอ 244 หน่วย มูลค่า 797ล้านบาท อันดับ 2 โซนบ้านใหม่-โคกกรวด 195 หน่วย มูลค่า 626 ล้านบาท อันดับ 3 โซนหัวทะเล 175 หน่วย มูลค่า 589 ล้านบาท อันดับ 4 โซนเขาใหญ่ 158 หน่วย มูลค่า 1,074 ล้านบาท และอันดับ 5 โซนในเมืองนครราชสีมา 103หน่วย มูลค่า 400 ล้านบาท
ส่วนทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 โซนจอหอ 1,228 หน่วย มูลค่า 3,808 ล้านบาท อันดับ 2 โซนในเมืองนครราชสีมา 976หน่วย มูลค่า 4,143 ล้านบาท อันดับ 3 โซนบ้านใหม่-โคกกรวด 951หน่วย มูลค่า 3,004 ล้านบาท อันดับ 4 โซนหัวทะเล 800 หน่วย มูลค่า2,711 ล้านบาท และอันดับ 5 โซนนิคมลำตะคอง 377 หน่วยมูลค่า 1,507 ล้านบาท
“จังหวัดขอนแก่น” พื้นที่มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 โซน ม.ขอนแก่น 206 หน่วย มูลค่า 363 ล้านบาท อันดับ 2 โซนบ้านเป็ด 129 หน่วย มูลค่า 685 ล้านบาท อันดับ 3 โซนบึงแก่นนคร 93 หน่วย มูลค่า 333 ล้านบาท อันดับ 4 โซนเลี่ยงเมืองขอนแก่น-กาฬสินธุ์ 73 หน่วย มูลค่า 256 ล้านบาท อันดับ 5 โซนเหล่านาดี 72 หน่วย มูลค่า 171 ล้านบาท
ส่วนทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 โซน ม.ขอนแก่น 1,047 หน่วยมูลค่า 1,938 ล้านบาท อันดับ 2 โซนบ้านเป็ด 974 หน่วย มูลค่า 4,737 ล้านบาท อันดับ 3 โซนบึงแก่นนคร 588 หน่วย มูลค่า 2,549 ล้านบาท อันดับ 4 โซนเหล่านาดี 303 หน่วย มูลค่า 673 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนเลี่ยงเมืองขอนแก่น-กาฬสินธุ์ 283 หน่วย มูลค่า 960 ล้านบาท
“จังหวัดอุบลราชธานี” พื้นที่ที่มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 โซนขามใหญ่ 58 หน่วย มูลค่า 174 ล้านบาท อันดับ 2 โซนวนารมย์-โนนหงษ์ทอง 33หน่วย มูลค่า 103 ล้านบาท อันดับ 3 โซนวารินชำราบ 32 หน่วย มูลค่า 93 ล้านบาท อันดับ 4 โซนห้วยวังนอง 26 หน่วย มูลค่า 89 ล้านบาท อันดับ 5 โซนเซ็นทรัล อุบลราชธานี 25 หน่วย มูลค่า 155 ล้านบาท
ส่วนทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 โซนขามใหญ่ 337 หน่วย มูลค่า 1,014 ล้านบาทอันดับ 2 โซนวนารมย์-โนนหงษ์ทอง 191หน่วย มูลค่า 576 ล้านบาท อันดับ 3 โซนวารินชำราบ 144 หน่วยมูลค่า 409 ล้านบาท อันดับ 4 โซนนาเมือง 140 หน่วย มูลค่า 317 ล้านบาท อันดับ 5 โซนห้วยวังนอง 73 หน่วย มูลค่า 248 ล้านบาท
“จังหวัดอุดรธานี” พื้นที่ที่มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 โซนทางออกหนองคาย 89 หน่วย มูลค่า 450 ล้านบาท อันดับ 2 โซนสนามบิน-ประชาสันติ 70 หน่วย มูลค่า 277 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนหนองขาม 23 หน่วย มูลค่า 81ล้านบาท อันดับ 4 โซนทางออกหนองบัวลำภู 22หน่วย มูลค่า 66 ล้านบาท อันดับ 5 โซนบ้านจั่น 19 หน่วย มูลค่า 97ล้านบาท
ทั้งนี้ ทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 โซนทางออกหนองคาย 372หน่วย มูลค่า 1,759 ล้านบาท อันดับ 2 โซนสนามบิน-ประชาสันติ 229หน่วย มูลค่า 800 ล้านบาท อันดับ 3 โซนทางออกหนองบัวลำภู 158 หน่วย มูลค่า 461 ล้านบาท อันดับ 4 โซนบ้านเลื่อม 77 หน่วย มูลค่า 217 ล้านบาท และอันดับ 5 โซนหนองขาม 62 หน่วย มูลค่า 228 ล้านบาท
“จังหวัดมหาสารคราม” พื้นที่ที่มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด คือ อันดับ 1 โซนเมืองมหาสารคาม 83 หน่วยมูลค่า 321 ล้านบาท อันดับ 2 โซนกันทรวิชัย 33 หน่วย มูลค่า 81ล้านบาท
ส่วนทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด คือ อันดับ 1 โซนเมืองมหาสารคาม 391 หน่วย มูลค่า 1,229 ล้านบาท อันดับ 2 โซนกันทรวิชัย 108 หน่วย มูลค่า 262 ล้านบาท

