หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดยอดโอนห้อ...

เปิดยอดโอนห้องชุดต่างชาติ 6 เดือนแรก ‘จีน’ กวาด 1.3 หมื่นล้าน ‘พม่า’ มาแรงแซงรัสเซีย

20.09.24 | 10:17 น.

เปิดยอดโอนห้องชุดต่างชาติ 6 เดือนแรก ‘จีน’ กวาด 1.3 หมื่นล้าน ‘พม่า’ มาแรงแซงรัสเซีย


เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า สถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติทั่วประเทศ ในไตรมาส 2 ปี 2567 พบว่า มีจำนวน 3,342 หน่วย ลดลงร้อยละ 6.2 มูลค่า 14,874 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 17.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ สัดส่วนของหน่วยและมูลค่าการโอนห้องชุดของคนต่างชาติต่อภาพรวมได้ปรับตัวลดลงเหลือร้อยละ 11.8 และ 21.1 ตามลำดับ โดยปรับลดลงจากไตรมาส 2 ปี 2566 ที่มีสัดส่วนหน่วยและมูลค่าการโอนฯ อยู่ที่ ร้อยละ 13.6 และ 24.6 ตามลำดับ

นายวิชัยกล่าวว่า หากพิจารณาในแต่ละพื้นที่จังหวัด พบว่า หน่วยการโอนห้องชุดของคนต่างชาติในจังหวัดชลบุรีมีสัดส่วนมากเป็นอันดับ 1 สัดส่วนร้อยละ 38.4 ขณะที่กรุงเทพฯ เป็นอันดับ 2 มีสัดส่วนร้อยละ 36.4 และหากนับรวมทั้ง 2 จังหวัดรวมกันมีสัดส่วนจำนวนหน่วยรวมกันถึงร้อยละ 74.8 และมีมูลค่ารวมกันสูงถึงร้อยละ 80.3 ของการโอนห้องชุดของคนต่างชาติทั่วประเทศ ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า ชลบุรีได้ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งมีความแตกต่างจากช่วงปี 2565 ที่กรุงเทพฯเคยเป็นจังหวัดที่มียอดโอนของคนต่างชาติมาเป็นอันดับ 1

Advertisement

“ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 ผู้ซื้อสัญชาติจีน ยังคงเป็นกลุ่มที่มีหน่วยและมูลค่าการโอนเป็นอันดับ 1 มีสัดส่วนร้อยละ 39.5 และร้อยละ 40.1 อันดับ 2 เป็นพม่า มีสัดส่วนร้อยละ 8.8 และร้อยละ 9.9 อันดับ 3 รัสเซีย มีสัดส่วนร้อยละ 7.8 และร้อยละ 5.7 ตามลำดับ ยังพบว่า ผู้ซื้ออินเดียเป็นสัญชาติที่มีทั้งมูลค่าการโอนต่อหน่วยมากที่สุดและขนาดห้องใหญ่ที่สุด โดยมูลค่าการโอนต่อหน่วยเฉลี่ย 6.0 ล้านบาทต่อหน่วย และขนาดห้องเฉลี่ย 71.3 ตารางเมตร ส่วนจีนเป็นสัญชาติที่มีสัดส่วนการโอนห้องชุดมากที่สุด มีมูลค่าการโอนเฉลี่ย 4.6 ล้านบาทต่อหน่วย และพื้นที่ห้องชุดเฉลี่ย 39.4 ตารางเมตร” นายวิชัยกล่าว

นายวิชัย กล่าวว่า เมื่อดูการโอนฯของแต่ละสัญชาติในรอบ 6 เดือนแรก พบว่าชาวจีนเป็นสัญชาติที่มีการโอนห้องชุดมากที่สุดทั่วประเทศ โดยมีการโอนไปแล้ว 2,872 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 39.5 ของหน่วยทั้งหมด และ 4 สัญชาติที่มีการโอนรองลงมา ได้แก่ พม่า จำนวน 638 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.8 ถัดมาคือ รัสเซีย จำนวน 567 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7.8 ไต้หวัน จำนวน 326 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 4.5 อันดับ 5 คือ สหรัฐอเมริกา จำนวน 292 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.0 ตามลำดับ

โดยผู้ซื้อมีสัญชาติพม่ามีจำนวนหน่วยโอนเพิ่มขึ้นมาก จำนวน 638 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 250.5 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 182 หน่วย

นายวิชัยกล่าวว่า ในแง่มูลค่าพบมีการโอนฯให้ผู้ซื้อสัญชาติจีน เป็นมูลค่าสูงสุด จำนวน 13,203 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 40.1 ของมูลค่าทั้งหมด ส่วน 4 สัญชาติที่มีมูลค่าการโอนรองลงมา คือ พม่า จำนวน 3,240 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9.9 ถัดมารัสเซีย จำนวน 1,874 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.7 ไต้หวันจำนวน 1,592 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.84 และสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,580 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.81 โดยสัญชาติพม่ามีมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้นมาก จำนวน 3,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 154.3 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 1,274 ล้านบาท

นานวิชัย กล่าวว่า สำหรับจังหวัดที่มีจำนวนหน่วยโอนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และสมุทรปราการ ส่วนใหญ่อยู่ใน 2 จังหวัดแรก คือ ชลบุรี มีจำนวน 2,792 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 38.4 และกรุงเทพฯ จำนวน 2,651 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36.4 ตามลำดับ โดยทั้ง 2 จังหวัดมีสัดส่วนจำนวนหน่วยรวมกันสูงถึงร้อยละ 74.8 ของทั่วประเทศ

เมื่อพิจารณา จะพบว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 ชลบุรีมีจำนวนหน่วยโอนห้องชุดให้คนต่างชาติมากกว่ากรุงเทพฯ แต่ถ้าดูย้อนกลับไปในช่วงปี 2561 จนถึงปี 2565 กรุงเทพฯ มีจำนวนหน่วยโอนห้องชุดให้คนต่างชาติมากกว่าชลบุรี

นายวิชัยกล่าวว่า ด้านมูลค่าโอนห้องชุดคนต่างชาติมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ และสมุทรปราการ ส่วนใหญ่อยู่ใน 2 จังหวัดแรก คือ กรุงเทพฯ มีมูลค่า 18,737 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 57.0 และชลบุรี มีมูลค่า 7,670 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23.3 ตามลำดับ โดยทั้ง 2 จังหวัดมีสัดส่วนมูลค่ารวมกันสูงถึงร้อยละ 80.3 ของทั่วประเทศ เมื่อพิจารณาย้อนหลังไปปี 2565 พบว่า กรุงเทพฯ และชลบุรี ยังคงเป็นจังหวัดที่มีจำนวนมูลค่าโอนห้องชุดให้คนต่างชาติในสัดส่วนที่มากที่สุดเช่นเดียวกัน ส่วนอันดับรองลงมาเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุทรปราการ และประจวบคีรีขันธ์