‘อัครา’ รับ นโยบายรัฐ ผลักดัน สินค้าประมงไทย-การเป็นครัวโลก ยันไม่กังวลปมปลาหมอคางดำ

20.09.24 | 14:53 น.

อัครา รับ นโยบายรัฐ ผลักดัน สินค้าประมงไทย-การเป็นครัวโลก ยันไม่กังวลปมปลาหมอคางดำ


เมื่อวันที่ 20 กันยายน เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมอานนท์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานครบรอบวันสถาปนากรมประมง ปีที่ 98 ภายใต้หัวข้อ “98 ปี นวัตกรรมการประมงไทย ก้าวไปสู่ความมั่งคั่ง และยั่งยืน” โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม

พร้อมร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2567 กว่า 1.2  ล้านตัว ผ่านระบบออนไลน์ลงสู่ 4 แหล่งน้ำสำคัญ ได้แก่ กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา, บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์, หนองหาร จังหวัดสกลนคร และเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอีก 15.4 ล้านตัว 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการประมวลผลงานกรมประมง ชูนวัตกรรมเด่นจากการวิจัยที่พร้อมเชื่อมโยง สู่เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ เสริมความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และหนุนภาคการประมงไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

Advertisement

นายอัครา กล่าวว่า ภาคการประมงนับได้ว่ามีบทบาทสำคัญยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการทำการประมงโดยการจับจากธรรมชาติก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ตลอดจนสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประชากรของประเทศไทยและประชากรโลก อีกทั้งยังได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาภาคการประมงของไทยมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำควบคู่ไปกับการเพิ่มผลผลิตและฟื้นฟูระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืน พร้อมทั้ง สนับสนุนองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าประมงไทยตลอดห่วงโซ่การผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ส่งผลให้ในปี 2566 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคการประมงของประเทศไทย ในปี 2566 มีมูลค่าสูงถึง 126,240 ล้านบาท และสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ถึง 1.47 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 211,280 ล้านบาท ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2567 จะมีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และกรมประมงยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและสนับสนุนความต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยผลงานที่ผ่านมาสามารถตอบรับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้งในเรื่องความมั่นคงด้านอาหารและการผลักดันการเป็นครัวโลกได้ นอกจากนี้ สินค้าประมงยังเป็นสินค้าที่ส่งออกไปทั่วโลก ถือเป็น ซอฟต์พาวเวอร์ ที่เป็นจุดแข็งของกระทรวงเกษตรฯ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง มุ่งที่จะส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกร ส่งเสริมการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมทางด้านการประมง ทั้งการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และการส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย รวมถึงสินค้าฮาลาล เพื่อส่งออกไปยังประเทศฝั่งตะวันออกกลาง ที่จะเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยต่อไป” นายอัครา กล่าว

นอกจากนี้ นายอัครา กล่าวว่า สิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เคยดำเนินการไว้ดีอยู่แล้ว ตนและคณะผู้บริหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กรมประมง ก็จะสานต่อให้พัฒนาอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ส่วนโครงการใหม่ในเครือภาคีของกระทรวงเกษตรฯ ที่เป็นประโยชน์แก่พี่น้องชาวเกษตรกร ก็จะเริ่มดำเนินการทำงานต่อเช่นกัน

ทั้งนี้ นายอัครา กล่าวว่า สำหรับปัญหา การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่ยังคงค้างคานั้น ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมประมงก็ได้มีการกำจัดอย่างต่อเนื่อง และจะมีการร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายท้องถิ่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กรมประมง ในการปราบอย่างต่อเนื่อง ส่วนประเด็นที่ สภาทนายความฟ้องร้องนั้น ตนทราบว่าเป็นปัญหาที่เกิดก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งตนก็ไม่ได้หนักใจอะไร และขณะนี้มอบหมายให้ทางฝ่ายกฎหมายของกระทรวงฯ เป็นผู้รับผิดชอบอยู่ แต่สิ่งใดที่กระทบต่อพี่น้องประชาชน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็พร้อมที่จะเข้าไปแก้ปัญหา