หน้าแรก เศรษฐกิจ “โกลเบล็ก” ให...

“โกลเบล็ก” ให้กรอบหุ้น 1,540 – 1,580 จุด เผยประเด็นที่ต้องจับตาในเดือนมี.ค.

1.03.17 | 10:44 น.

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูงราว 54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกในเดือนมกราคม ที่ผ่านมาลดลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ 32.06 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงประธานาธิบดีทรัมป์ เตรียมเแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดเผยถึงมาตรการลดภาษีและการอัดฉีดงบโครงการสาธารณูปโภคครั้งใหญ่

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากการที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังมีแนวโน้มปรับเป้าจีดีพี ใหม่ปี 2560 เป็นมากกว่า 3.6% หลังตัวเลขส่งออกเดือนมกราคมขยายตัวกว่า 8.8% ดีกว่าที่คาดการณ์ว่าส่งออกทั้งปีโต 2.5% สอดคล้องกับที่กระทรวงพาณิชย์เชื่อว่าการส่งออกปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3.5%

อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยยังมีปัจจัยกดดันจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มมีแรงขายตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ประมาณ 2,600 ล้านบาท จากนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ประกอบกับความผันผวนของแรงขายหลังประกาศงบและปันผลปี 2559 และประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัสสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเร็ว ๆ นี้เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ ทั้งนี้ เฟดมีกำหนดประชุมนโยบายการเงินครั้งต่อไปในวันที่ 14-15 มีนาคม 2560

น.ส.วิลาสินีกล่าวอีกว่า ยังคงมีปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ วันที่ 1 มีนาคม กลุ่มประเทศยูโรโซนเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนกุมภาพันธ์ และสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนกุมภาพันธ์ การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างเดือนมกราคม และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ เช้าวันที่ 2 มีนาคม เวลาในประเทศไทย ธนาคารกลางสหรัฐจะเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) วันที่ 3 มีนาคม สหรัฐ เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนก.พ. และดัชนีภาคการผลิตเดือนกุมภาพันธ์ และในวันที่ 6 มีนาคม สหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อ

ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุนเนื่องจากได้ประกาศงบปี 2559 เกือบครบทุกกลุ่มแล้ว ประกอบกับแนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติที่ชะลอตัวเพื่อรอแผนการลดภาษีและงบโครงการขนาดใหญ่ของประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเป็นแรงกดดันดัชนี
ดังนั้นประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวในกรอบ 1,540 – 1,580 จุด ทั้งนี้แนะนำ ซื้อเก็งกำไรแบบ Selective Buy ในกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน เช่น EPG IVL TU รับอานิสงส์กระแสข่าวการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ของสหรัฐฯเนื่องจากมีโรงงานในประเทศสหรัฐฯ และกลุ่มเดินเรือ อานิสงส์จากดัชนีค่าระวางเรือมีแนวโน้มฟื้นตัวโดยปรับขึ้น 13% จากสัปดาห์ที่ผ่านมา

Advertisement

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า นักลงทุนมีความกังวลอย่างมากในหลาย ๆ ด้าน ทั้งความไม่แน่นอนของการออกนโยบายเศรษฐกิจและการบริหารงานของรัฐบาลสหรัฐฯ และกระแสการเมืองในยุโรปที่มีแนวโน้มที่ผลการเลือกตั้งของหลายประเทศในปีนี้จะพลิกข้างจากพรรครัฐบาลที่สนับสนุนการมีอยู่ของยูโรโซนและเงินสกุลยูโร มาเป็นฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการให้ประเทศมีความเป็นเอกเทศ ไม่ขึ้นต่อใคร เช่นเดียวกับแนวทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น
ส่งผลให้ ราคาทองคำในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (22-28 ก.พ.) ดีดตัวขึ้นแรงจาก 1,225 ดอลลาร์ ไปแตะ 1,263 ดอลลาร์ ก่อนอ่อนตัวลงมาด้วยแรงขายทำกำไรระยะสั้นเพื่อปรับพอร์ตก่อนจะมีการแถลงการณ์ของทรัมป์ในช่วงสายวันที่ 1 มีนาคม (ตามเวลาประเทศไทย) เนื่องจากมีการเผยแพร่แนวนโยบายที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ทั้งการเพิ่มงบความมั่นคงสู่ระดับสูงสุด การอัดฉีดเงินให้กองทัพ การลงทุนมหาศาลในด้านสาธารณูปโภค การผ่อนคลายกฎระเบียบทั้งการบริหารงานภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชน

อย่างไรก็ตาม หากมาตรการดังกล่าวมีความชัดเจนถึงรายละเอียดให้สามารถคาดการณ์ถึงผลกระทบได้ การปรับขึ้นต่อของราคาสินทรัพย์ปลอดภัยอาจสะดุดลง เพราะมีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น เพื่อให้ทันต่อเงินเฟ้อในอนาคต ซึ่งจะเป็นผลดีต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมากกว่าคาดการณ์กรอบราคาในสัปดาห์นี้ (1-7 มี.ค.) ที่ 1,240 – 1,265 ดอลลาร์