หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘วารานา กระบี...

‘วารานา กระบี่’ ต้นแบบโรงแรมยั่งยืน ที่พัก‘น้ำ-ป่า-คน’อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

24.09.24 | 10:27 น.

“วารานา กระบี่” โรงแรมรักษ์โลกแห่งแรกในกระบี่ น้องใหม่ในเครือเดอะทับแขก กระบี่ รีสอร์ท ต้นแบบโรงแรมแห่งความยั่งยืน จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันที่ 29 กันยายนนี้

นิยามต้นแบบโรงแรมแห่งความยั่งยืน มาจากการรังสรรค์ทั้งโครงการด้วยนวัตกรรมวัสดุสีเขียว Bio-Circular-Green (BCG) ชูคอนเซ็ปต์ The Wellcation Experience นำเสนอประสบการณ์ห้องพักหรูหลับสบาย ดูแลสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด อาหารออร์แกนิค

วิภาวรรณ เหล่าธนาสิน

วิภาวรรณ เหล่าธนาสิน ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ โรงแรมวารานา กระบี่ ให้ข้อมูลว่า โรงแรมวารานา กระบี่ เป็นโรงแรมน้องใหม่ในเครือของเดอะทับแขก กระบี่ รีสอร์ท กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 กันยายน 2567 ด้วยนิยามโรงแรมสไตล์เรียบหรู ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ บริเวณเชิงเขาเหนืออ่าวทับแขกที่โอบล้อมด้วยอุทยานแห่งชาติเขาหงอนนาค

ภายในพื้นที่ประกอบด้วยอาคารที่พัก 6 หลัง ห้องพักจำนวน 141 ห้อง ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ อาคารสปอร์ตคอมเพล็กซ์ที่ทันสมัย ห้องจัดประชุมสัมมนา กลุ่มอาคารสปา-ออนเซ็น อาคารเวลเนสที่มีหลังคาเป็นน้ำสำหรับลดความร้อน ถือเป็นอาคารแนวธาราบำบัดแห่งแรกของประเทศไทยที่ออกแบบเพื่อตอบสนองการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเอง

ชื่อ “วารานา” มีความหมายจากความใกล้ชิดธรรมชาติ โดย “วานา” หมายถึง ป่า “นาวา” หมายถึงน้ำ และ “นารา” หมายถึงมนุษย์ ประกอบกันเป็นสามเหลี่ยมแห่งความสัมพันธ์ที่ผสมผสานกันอย่างสมดุล

Advertisement

ซึ่งโรงแรมวารานากำหนดแนวคิดให้เป็นโรงแรมที่มีจุดหมายมากกว่าแค่ที่พัก เป็นที่พักที่รักษ์โลก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งใจให้เป็นโรงแรมที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Hotel) มีการรักษาทรัพยากร เลือกใช้วัสดุตกแต่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น พรมปูพื้นถักทอด้วยเส้นใยที่ผลิตจากขวดน้ำดื่มพลาสติกที่ใช้แล้ว โซฟาบุจากผ้าที่ทอจากเส้นด้ายที่ผลิตจากเศษผ้ารีไซเคิล โคมไฟทำจากไม้ไผ่ ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตไว จึงเป็นทางเลือกในการใช้วัสดุอย่างยั่งยืน

หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นผลิตจากเศษไม้เก่าที่กำลังกลายเป็นขยะโดยผ่านกระบวนการออกแบบและแปรสภาพเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ เป็นการสร้างชีวิตใหม่ที่มีคุณค่าให้กับเศษไม้เหล่านั้น

นอกจากนี้ โรงแรมวารานาให้ความสำคัญกับแนวคิดการประหยัดพลังงาน โดยเริ่มต้นวางเครือข่าย “ธนาคารน้ำใต้ดิน” ครอบคลุมพื้นที่โครงการตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อสร้าง ซึ่งเป็นการบริหารจัดการน้ำโดยนำไปเก็บไว้ที่ชั้นใต้ดินในชั้นหินอุ้มน้ำในช่วงหน้าฝน และนำกลับมาใช้ในยามต้องการและยังช่วยป้องกันการเสียสมดุลของน้ำใต้ดินอีกด้วย

ประโยชน์ของธนาคารน้ำ คือ ก่อให้เกิดความชุ่มชื้นกับหน้าดินในช่วงหน้าแล้ง ประหยัดน้ำในการรดต้นไม้บริเวณใกล้เคียง ลดความร้อนในพื้นที่ ลดน้ำท่วมขังช่วงหน้าฝน และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอันเนื่องจากน้ำขังผิวหน้าดินอีกด้วย

ในส่วนของการจัดการขยะมูลฝอยภายในโรงแรม จะมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้บุคลากรของโรงแรมมีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญในการลด คัดแยกขยะตามหลักการ 1A3R : Avoid, Reduce, Reuse, Recycle กล่าวคือ การเลี่ยง ลดใช้ซ้ำและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่

ตัวอย่างเช่น การเลิกใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟม โดยทดแทนด้วยการใช้ปิ่นโตบรรจุอาหารสำหรับแขกในระหว่างไปทัศนศึกษานอกสถานที่ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวด้วยการใช้ขวดแก้ว หลีกเลี่ยงการใช้ขวดพลาสติกเล็กๆ บรรจุสบู่เหลวและแชมพู แต่หันมาใช้ขวดปั๊มแบบรีฟิลเพื่อลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง เป็นต้น

รวมไปถึงการออกแบบระบบความเย็นและความร้อนภายในห้องพักที่คำนึงถึงการลดพลังงานสิ้นเปลืองเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะมีส่วนช่วยในแง่การลดต้นทุนการดำเนินงานอีกด้วย เช่น การใช้ระบบปรับอากาศแบบ VRF ในห้องพัก ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบปรับอากาศที่ประหยัดพลังงานที่สุดในปัจจุบัน การควบคุมอย่างอิสระในคอยล์เย็นแต่ละเครื่อง ช่วยลดการทำความเย็นในพื้นที่ที่ไม่มีผู้ใช้งาน

ส่วนการผลิตน้ำร้อนภายในห้องพัก จะใช้ฮีตปั๊ม (Heat Pump) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน โดยการดึงเอาพลังงานความร้อนจากเครื่องปรับอากาศ มาถ่ายเทพลังงานให้กับน้ำ เป็นการผลิตน้ำร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยประหยัดพลังงานและลดต้นทุนการผลิตน้ำร้อนได้มากกว่า 70% ของเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าทั่วไป

นอกจากนี้ ภูมิทัศน์โดยรอบโรงแรม ได้มีการคัดสรรพันธุ์ไม้นานาชนิดจะเน้นไม้พื้นถิ่นที่ให้คุณสมบัติที่เป็นร่มเงาหรือเป็นประโยชน์ เช่น ไม้สมุนไพรไม้ดอกเพื่อล่อแมลง เป็นต้น

ส่วนแนวกำแพงกั้นดินจะใช้ก้อนหินใหญ่ที่ขุดขึ้นมาในระหว่างการก่อสร้างอาคาร แทนที่จะถูกกำจัดทิ้งไป แล้วนำมาเรียงตกแต่งเป็นแนวกำแพงแทนการหล่อคอนกรีต ซึ่งช่องว่างระหว่างก้อนหินเหล่านี้จะปลูกไม้เลื้อยเพื่อความสวยงาม ขณะเดียวกันจะเป็นแหล่งที่พักของเหล่าแมลงที่เป็นประโยชน์กับต้นไม้ในการกำจัดศัตรูพืชอื่นๆ เป็นการรักษาสมดุลให้กับระบบนิเวศในพื้นที่อีกด้วย

ในส่วนบริการด้านอาหารและสันทนาการต่างๆ ของวารานา ถูกนำเสนอภายใต้ DNA การเป็นต้นแบบโรงแรมเพื่อความยั่งยืนของโลก ด้วยแนวคิดการทำให้สุขภาพกายดีไปพร้อมกับความอร่อยด้วยอาหารเช้าโฮมเมดที่มีเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นเมนูไข่จากแม่ไก่เลี้ยงปล่อยอิสระตามธรรมชาติ น้ำผลไม้แยกกาก เครื่องดื่มดีทอกซ์ ชากาแฟออร์แกนิค ขนมปังแป้งหมัก (Sour Dough) เชื้ออายุ 200 ปี มาจากหมู่บ้านสวิส อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหารจะเน้นการจัดหาในท้องถิ่น เน้นวัตถุดิบที่ปลอดภัยและปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมี

นอกจากนี้ ทางโรงแรมจะมีแปลงผักและสมุนไพรที่บุคลากรภายในโรงแรมช่วยกันปลูกและดูแล เป็นแปลงผักปลอดสารที่ใช้ปุ๋ยจากใบไม้แห้ง เศษวัชพืชและเศษอาหารที่ผ่านการคัดแยกมาหมักเป็นปุ๋ย เป็นการจัดการขยะแบบยั่งยืนและช่วยลดขยะอินทรีย์เข้าสู่ระบบขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste)

วิภาวรรณระบุช่วงท้ายว่า โรงแรมวารานาตั้งใจมอบประสบการณ์ที่พิเศษที่เรียกว่า The Wellcation Experience ผ่านไลฟ์สไตล์ที่สนุกสนาน ห้องพักที่ทำให้หลับสบาย การดูแลสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด กินอาหารที่สะอาด อร่อย มีประโยชน์ รวมถึงสปาที่ประยุกต์ใช้สมุนไพรไทยและภูมิปัญญาของคนตะวันออก ทั้งหมดนี้จะปรากฏอยู่ภายในโรงแรมวารานาที่นำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์การเป็นโรงแรมต้นแบบเพื่อความยั่งยืนของโลก

“เราตั้งใจตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นนับหนึ่งเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ตั้งแต่คอนเซ็ปต์ก่อสร้าง เลือกใช้วัสดุตกแต่ง แม้กระทั่งเครื่องแบบพนักงานก็ผลิตจากผ้ารีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้สอดคล้องกับ BCG Model เป็นการทำธุรกิจที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน” วิภาวรรณเน้นย้ำ