หน้าแรก เศรษฐกิจ นายกฯนั่งหัวโ...

นายกฯนั่งหัวโต๊ะนัดแรก ถกบอร์ดกระตุ้น ศก.วันนี้ สานต่อแก้หนี้ยุคเศรษฐา

24.09.24 | 06:38 น.

นายกฯนั่งหัวโต๊ะนัดแรก ถกบอร์ดกระตุ้น ศก.วันนี้ สานต่อแก้หนี้ยุคเศรษฐา หอค้าลุ้นช่วยพิษบาทแข็ง ผู้ส่งออกระงมขาดทุนยับ จี้กนง.ลดดบ.


เมื่อวันที่ 23 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 24 กันยายน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจนัดแรก หลังจากประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยการประชุมคาดว่าจะมีการหารือถึงภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ อาจจะมีการตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาดำเนินการในแต่ละโครงการ รวมถึงหารือสถานการณ์การแก้หนี้ทั้งระบบที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลยุคนายเศรษฐา ทวีสิน

ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในงานแถลงข่าวขานรับ 10 นโยบายกระทรวงพาณิชย์ และขอให้รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลค่าเงินบาทว่า หอการค้าไทยทำหนังสือขอพบและหารือปัญหาที่กำลังเผชิญกับทุกกระทรวง รวมถึงคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

คาดหลังประชุมนัดแรกวันที่ 24 กันยายนนี้จะชัดเจนระดับหนึ่ง อยากให้เร่งดูแลค่าบาทแข็งเร็วและรุนแรงที่กระทบต่อภาคเอกชนอย่างหนัก โดยจะเข้าพบกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงสถานการณ์ หากยืดเยื้ออาจกระทบต่อเป้าส่งออกไทยที่ปี 2567 คาดโตได้ 2-3% โดยมองว่าตอนนี้ค่าเงินบาทไม่ควรแข็งค่าเกิน 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

Advertisement

ขณะที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การประเมินเบื้องต้นหากค่าเงินบาทยังแข็งค่าเฉลี่ย 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะกระทบต่อรายได้ภาคส่งออกและท่องเที่ยวประมาณ 1.3 แสนล้านบาท นับจากเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคม 2567

ทั้งนี้ สถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้มีการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกลงแบบเร็วและแรงที่ 0.50% จากอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 5.25-5.50% สู่ 4.75-5.00% จึงมองว่าน่าจะถึงเวลาที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ควรพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทไม่แข็งค่าจนเกินไป ซึ่งจะช่วยเอื้อให้ผู้ประกอบการภาคการส่งออกและภาคท่องเที่ยวและบริการสามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น

‘บาทแข็งค่าดีต่อสินค้านำเข้า อย่างน้ำมัน ซึ่งทุก 1 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ไทยจะประหยัดได้ 40 ล้านบาท เดือนละ 1,200 ล้านบาท คิดเป็นปีก็กว่า 5 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่มีผลต่อค่าไฟฟ้า ขณะที่บาทแข็ง ส่งออกแข่งขันได้ยากขึ้น รายได้ลดลง กระทบต่อเนื่องห่วงโซ่ธุรกิจในระยะยาว ตอนนี้ไทยส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทุก 1 บาทที่แข็งค่าส่งออกในรูปบาทจะหายไป 2.4-2.5 หมื่นล้านบาท หากพึ่งพาวัตถุดิบในประเทศแค่ 20-30% ในภาคเกษตรจะหายไปกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน บาทแข็ง 4 เดือนที่ผ่านมาหายไปแล้ว 5 หมื่นล้านบาท เป็นต้น’ นายธนวรรธน์กล่าว