บาทแข็งโป้กฉุดต่างชาติเที่ยวไทย ดันไทยเที่ยวนอกพุ่ง เหตุสะพัดเงินได้มากขึ้น
นายรณรงค์ ชีวินสิริอำนวย นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน (ทีซีทีเอ) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวแน่นอน โดยเฉพาะบรรยากาศการตัดสินใจเดินทาง เนื่องจากขณะนี้หลายประเทศส่งเสริมการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเที่ยวในประเทศตัวเอง ทำให้การท่องเที่ยวมีการแข่งขันสูงมาก รวมถึงมีหลายประเทศที่ค่าเงินถูกลง ทำให้ดึงความสนใจน่าเข้าไปเที่ยวได้มากกว่า อาทิ ญี่ปุ่น ที่เงินเยนอ่อนค่าลง เมื่อนักท่องเที่ยววางแผนการท่องเที่ยวแล้วพบว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนที่สูงกว่าเดิม ทำให้ต้องจ่ายแพงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาของนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน ไม่ว่าเราหรือเขาก็ตาม
“เปรียบเทียบกับตลาดจีนเที่ยวไทย ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามา ไม่ได้แค่เที่ยวเท่านั้น แต่นิยมช้อปปิ้งมากด้วย เพราะราคาสินค้าในไทยถูกกว่าในจีน และมีสินค้าไทยหลายประเภทที่ได้รับความนิยม จึงชื่นชอบในการเข้ามาซื้อที่ไทยด้วยตัวเอง โดยก่อนเกิดโควิด-19 มีการสำรวจพบว่า นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาซื้อของในไทยสูงถึง 60% ทำให้ในปัจจุบันควรมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทย และช้อปปิ้งสินค้าในไทยสูงเกิน 60% ได้แล้ว แต่ขณะนี้ก็ยังไปไม่ถึงตัวเลขนั้น แม้เรามีมาตรการวีซ่าฟรีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางมากขึ้นแล้วก็ตาม” นายรณรงค์ กล่าว
นายรณรงค์ กล่าวว่า จากการหารือกันระหว่างภาคเอกชน มองว่าหากเรายังปล่อยให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตไปตามธรรมชาติแบบนี้ คงจะไปถึงเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ได้ยาก โดยเฉพาะในด้านรายได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งไว้ 3 ล้านล้านบาท ทำให้รัฐบาลต้องสนับสนุนในการเปิดประตูบ้าน คือ เพิ่มสายการบินเข้ามาในไทยมากขึ้น อาทิ ตลาดจีน ควรสนับสนุนให้มีบินตรงจากเมืองรองของจีนเข้ามาในไทย ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลักหรือเมืองน่าเที่ยวก็ตาม เพราะเรายังเห็นความต้องการ (ดีมานด์) เข้ามาเที่ยวไทยสูงอยู่ และต้องรีบทำด้วย เพราะวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ก็เป็นวันชาติจีนแล้ว เป็นวันหยุดสำคัญที่ชาวจีนจะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ หากเรายังไม่มีการสนับสนุนด้านการบินตรงเข้ามา ก็อาจไม่ทันรับนักท่องเที่ยวแล้ว
นายรณรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้เราเห็นคนไทยเดินทางออกไปเที่ยวจีนสูงขึ้นแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะวีซ่าฟรีระหว่างกันทำให้สามารถเดินทางได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น เมื่อเงินบาทแข็งก็อาจเป็นแรงกระตุ้นให้คนออกไปเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงจีนได้มากขึ้น เพราะแลกเงินสกุลต่างประเทศได้มากกว่าเดิม อาทิ เดิมจะแลก 1 หยวน ต้องใช้เงินบาทที่ 5 บาท แต่ขณะนี้ใช้แลกเพียง 4.67 บาทเท่านั้น และหากค่าเงินแข็งมากขึ้น ก็จะแลกได้ถูกลงอีก กังวลคือ ค่าเงินบาทจะแข็งค่ายาวนาน ทำให้คนไทยวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วย เพราะตอนนี้ก็สามารถแลกเงินสะสมไว้ใช้ทีหลังได้แล้ว จะไปเที่ยวตอนไหนก็ทำได้ง่ายกว่าเดิมด้วย

