หน้าแรก เศรษฐกิจ สมคิดชี้..เศร...

สมคิดชี้..เศรษฐกิจไทย “Jump start” กำไรบจ.โตสูง 26.5% ตัวเลขเศรษฐกิจจริงพุ่งพรวด

1.03.17 | 16:00 น.

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้มอบหมายให้ตลท.ดำเนินการ โดยมีนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการตลท. นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลท. และผู้บริหารตลท. ร่วมประชุม

นายสมคิดกล่าวภายหลังติดตามงานว่า จากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจากหน่วยงานต่างๆ พบว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงที่ฟื้นตัวอย่างแน่นหนาและชัดเจน เป็นการฟื้นตัวในทุกมิติและต่อเนื่องหลายเดือน ทั้งการบริโภคจากการดูตัวเลขของการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(เอฟดีไอ) เติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายเดือน ในด้านอุตสาหกรรมการผลิตของภาคเอกชนหลายตัวดีขึ้น ในด้านท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วมากจากปลายปี 2559 และเรื่องการส่งออกเดือนมกราคมที่โตถึง 8.8% ซึ่งทั้งหมดเป็นภาพเศรษฐกิจจริงที่โตค่อนข้างแน่น และได้กำชับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้การเติบโตดังกล่าวเป็นไปอย่างยั่งยืนและต้องไม่ลืมเรื่องการปฏิรูป

ทั้งนี้ ในส่วนของตลาดทุนพบว่าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในปี 2559 พบว่ากำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียนกว่า 600 บริษัท มีการเติบโตสูงถึง 26.5% เมื่อเทียบกับปี 2558 ขณะที่ปี 2558 โตจากปี 2557 เพียง 1% เท่านั้น จึงถือว่าเป็นการจัมพ์สตาร์ต (jump start) ที่เร็วมาก ยอดขายเกือบทุกอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นทุกตัว และบริษัทจดทะเบียนไทยมีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำมีฐานะการเงินที่แข็งแรง

“ภาคเศรษฐกิจจริงฟื้นตัวอย่างแน่นหนา ภาคตลาดทุนก็ชัดเจนว่าปีที่ผ่านมาก็ดีที่เดียวจากกำไรสุทธิที่โต ยอดขายโต และมีสภาพคล่องในตลาดสูง หากเศรษฐกิจจริงไปได้ดี ตลาดเงินตลาดทุนไปได้ดี ทุกอย่างก็ไปได้สวย”นายสมคิดกล่าว

ซึ่งนโยบายรัฐบาลต้องการปฏิรูปในซีกของเศรษฐกิจจริงดำเนินการต่อเนื่องแต่ในส่วนตลาดทุนนั้น ตลท.และก.ล.ต.จะเน้นดำเนินการเรื่อง 1. การเป็นแหล่งระดมทุนที่สอดรับกับการพัฒนาประเทศ โดยคาดว่าในปี 2560 จะมีบริษัทที่อยู่ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายเข้ามาระดมทุนได้ถึง 30% ของหุ้นเข้าใหม่ในปีนี้ที่คาดว่าจะมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ที่ 2.8แสนล้านบาท และภายใน 3 ปีจากนี้จะมีบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายมากถึง 50% ของมาร์เก็ตแคปหุ้นเข้าใหม่ ซึ่งโครงสร้างตลาดทุนต้องสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ

Advertisement

2.การเป็นตลาดทุนที่เชื่อมโยงกับซีแอลเอ็มวีซึ่งตลท.อยู่ในระหว่างดำเนินการเชิญชวนบริษัทในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจดทะเบียน 3.ตลาดหลักทรัพย์จะเป็นแกนกลางในการพบกันของผู้ประกอบการสตาร์ตอัพและผู้ลงทุน โดยจะมีแพลทฟอร์มกลางที่รวมกองทุน ผู้ลงทุน ธนาคาร กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งตลาดหลักทรัพย์มีส่วนสร้างผู้ประกอบการสตาร์ตอัพ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกว่า 100 ราย รวมทั้งผู้ประกอบการที่กระจายอยู่ทั่วประเทศที่ยังเข้าไปถึงแหล่งเงินทุนมาเจอกับผู้ลงทุน หากสตาร์ตอัพเติบโตก็จะผลักดันให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป 4.ได้เน้นย้ำให้ก.ล.ต.และตลท. เน้นเรื่องคุณภาพบริษัทจดทะเบียน โดยหลังจากนี้ทั้งสองหน่วยงานจะมีมาตรการดูแลที่เข้มงวดขึ้น รวมทั้งความถูกต้องเหมาะสมของการบริหารงาน บริษัทใดที่มีการบริหารไม่ดี ผิดธรรมนองครองธรรม ตลท.และก.ล.ต.จะมีบทลงโทษออกมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเป็นไปได้ดีตลาดหลักทรัพย์จะจัดงานเพื่อชูตลาดทุนไทยต่อสายตานักลงทุนต่างประเทศ นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนกลุ่มอื่นได้ทราบ
นางเกศรา กล่าวว่า ในวันที่ 23-26 มีนาคม 2560 ตลท.จะจัดงาน SET in the City 2017 มหกรรมการลงทุนครบวงจรแห่งปี ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “เห็นทุกโอกาส เข้าถึงทุกการลงทุน”ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ส่วนกฎเกณฑ์ที่จะสร้างคุณภาพบริษัทจดทะเบียนนั้น จะหารือกับก.ล.ต.เพิ่มเติม ซึ่งความเป็นได้มากที่สุด คือ การปรับปรุงกฎที่ดูแลบริษัทที่เข้าข่ายการถูกเพิกถอนอันเนื่องมาจากปัญหาฐานะการเงินและการดำเนินงานเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่หลังจากนี้อาจจะกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนมากขึ้น