หน้าแรก เศรษฐกิจ รบ.สั่งคุมเข้...

รบ.สั่งคุมเข้ม มาเฟีย-เจ้าหนี้นอกระบบ ยึดเงินหมื่น ปชช. รับมีอีก 9 หมื่นคน โอนไม่ผ่าน

25.09.24 | 11:45 น.

คลัง เผย เช้านี้โอนเงินสำเร็จ 3,167,565 รายพบยังมีผู้พิการกว่า 9 หมื่นคน ยังโอนไม่ผ่าน ขอให้เร่งแก้ไขก่อน 22 ธ.ค. เข้มมาเฟีย-เจ้าหนี้นอกระบบยึดเงินหมื่น ประสานมหาดไทยดูแลเข้ม


เมื่อวันที่ 25 กันยายน หลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจว่า เป็นโครงการที่สำคัญอย่างยิ่ง เป็นความจำเป็นของประเทศในระยะนี้ เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมาเป็นเวลานาน ด้วยสถานการณ์ทั้งนอกและในประเทศหลายๆอย่าง และเกิดมีช่องว่างระหว่างรายได้ค่อนข้างห่าง ซึ่งทำให้เม็ดเงินหายโดยเฉพาะโดยเฉพาะคนกลุ่มล่าง กลุ่มใช้แรงงานและกลุ่มที่ไม่มีโอกาสในการเข้าถึง

รัฐจึงเห็นความจำเป็นว่านอกจากจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตแข่งขันกับโลกได้ ยังต้องเร่งเยียวยาและดูแลประชาชน การเยียวยาและดูแล โดยแยกตามกลุ่ม เพื่อดูว่าจะดูแลอย่างไร หลักๆคือการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เราเติมเงินสดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ อย่างที่ประชาชนรอคอยมานาน ซึ่งเม็ดเงินจำนวน 145,000 ล้านบาทใหญ่มากพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้

Advertisement

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการโอนเงินในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการว่า จำนวนเงินที่โอนไปแล้ว มีจำนวน 3,167,565 ราย โดยเริ่มโอนตั้งแต่เมื่อเที่ยงคืน และสำเร็จเมื่อเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา

ส่วนการตรวจสอบสิทธินั้น เป็นไปตามที่เคยแจ้งแล้ว เช่นแอพพลิเคชัน”รัฐจ่าย” ซึ่งกระบวนการตรวจสอบไม่ได้มีปัญหาและหากประชาชนไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ก็หมายความว่าจะได้รับสิทธิในการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบถัดไป ต้องขอเรียนว่า ในส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งต้องมีการผู้พร้อมเพย์นั้นยังมีการตกหล่น จึงขอให้ไปดำเนินการผ่านทางธนาคารหรือตู้เอทีเอ็ม

ส่วนในกลุ่มผู้พิการยังมีอีกราว 90,000 กว่าราย ยังมีสถานะต้องแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นบัตรหมดอายุ หรือยังไม่ได้เชื่อมช่องทางในการจ่าย ก็จะต้องไปประสานทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยจะมีการโอนซ้ำอีกสามครั้งในวันที่ 22 ต.ค. พ.ย. และ ธ.ค. ซึ่งหากไม่สามารถดำเนินการได้ครบถ้วนก่อนวันที่ 22 ธ.ค.นั้น ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์

ส่วนคนพิการที่ไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเองได้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่อยู่แล้ว เพื่อดูว่ามีคนตกหล่นหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่า ไม่มีคนตกหล่น

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วันนี้สิ่งที่เราได้เห็นคือความคึกคักที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ และในบางเคสนั้นหากไปดูในบัญชีที่เราโอนไป 10,000 บาทแล้วนั้น มีเงินอยู่ 10,010 บาท เขาแทบจะไม่มีเงินเก็บใดๆเลย

กลุ่มนี้เปราะบางจริงๆ เพราะฉะนั้น เป็นไปได้สูงมากว่าเงิน 10,000 บาทนี้ จะถูกใจหมดในการซื้อปัจจัย 4 ต่างๆ รวมถึงเครื่องมือสำหรับคนพิการ และที่เราเห็นก็ได้มีการรวมเงินทั้งครอบครัวในการเอาไปเริ่มลงทุนในการยำไปซื้อสินค้าคงทน เป็นสัญญาณที่ดี และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ

เมื่อถามว่าหากประชาชนนำเงินที่ได้ไปใช้หนี้ ก็จะไม่ตอบโจทย์เรื่องของการ กระตุ้นเศรษฐกิจใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ทางกระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งานซึ่งร่วมกับกระทรวงการคลัง ซึ่งเราได้เริ่มตั้งแต่สมัยของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และยังไม่ได้หยุด ความคืบหน้าก็ยังเข้มข้น และรัฐยังมุ่งปราบปรามเจ้าหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กำหนด

ส่วนในการโอนเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจวันนี้นั้น ย้ำว่าส่วนใหญ่นำไปใช้จ่าย ซึ่งเป็นปัจจัยแรกที่ประชาชนจะใช้ เพราะคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเปราะบางจริงๆ แม้กระทั่งเงินในการดำรงชีพในแต่ละวันยังไม่พอ จึงต้องนำเงินไปใช้

สำหรับการดำรงชีวิตปัจจัย 4 เป็นเรื่องแรก และเชื่อว่าวันนี้เราจะเห็นได้เลยว่าตลาดสด ตลาดค้าส่ง ค้าปลีกจะคึกคักมาก เป็นการกนะคุ้นเศรษฐกิจได้สำเร็จ และเป็นการช่วยเหลือกลุ่มเพราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มแรก ได้สร้างชีวิตช่วยเหลือครอบครัว

หากมีข่าวสารเรื่องหนี้นอกระบบเข้ามามาทวง ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ซึ่งตนมีโอกาสได้คุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะนำเรียนและช่วยให้กระชับพื้นที่ด้วย

เมื่อถามถึงการตรวจสอบสถานะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  นายจุลพันธุ์ กล่าวว่าจะมีการทบทวนทุกสองปี ซึ่งรอบหน้า จะมีการทบทวนในเดือนต.ค. 68 แม้จะถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะได้สิทธิ์ในรอบนี้ เพราะหากบัตรนั้นไม่ได้อยู่ในกรอบที่จะได้รับสิทธิ์ในรอบนี้ก็ถือว่าไม่นับ เพราะฉะนั้น ต้องดูว่าในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังได้รับการโอนเงินช่วยเหลือรายเดือนในทุกเดือนอยู่หรือไม่