ผู้ส่งออก ผวาค่าเงินบาทแข็งเร็ว เริ่มยืดรับออเดอร์ใหม่ ลดเสี่ยงขาดทุน ชี้ยังไม่ถึงเวลาขึ้นค่าแรง 400
เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) กล่าวในการร่วมแถลงตัวเลขส่งออกกับกระทรวงพาณิชย์ ว่า เงินบาทแข็งค่าและหลุด 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกในไตรมาส 4 ปีนี้เป็นต้นไป และกระทบค่อนข้างสูงทั้งกาารต่อรองราคาส่งออกสินค้า และสภาพคล่องจากมูลค่าเงินบาทที่ลดลง กระทบต่อรายได้และกำไรที่ต่ำลง ซึ่งการที่ตัวเลขส่งออก 8 เดือนที่ผ่านมาค่อนข้างดี เป็นการสั่งซื้อล่วงหน้าและทยอยส่งมอบ แต่กว่าจะได้รับชำระเงินค่าสินค้าในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จากเคยคิดที่ 34-35 บาท มาเหลือ 33 บาท ซึ่งในประเทศเราจ่ายค่าวัตถุดิบ ค่าแรง หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นเงินบาท ได้เงินบาทลดลงก็มีผลกระทบต่อกำไรและสภาพคล่องธุรกิจในระยะยาว หรือ การเจรจารอบใหม่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เพื่อส่งมอบปีหน้า ไม่รู้ว่าเงินบาทเป็นเท่าไหร่ ผู้ส่งออกก็ลังเลที่จะรับคำสั่งซื้อใหม่ ก็จะมีผลต่อตัวเลขส่งออกในปลายปีถึงข้ามปีหน้า
ส่วนตัวเลขส่งออกทั้งปี 2567 นี้ ยังเชื่อว่าจะขยายตัวได้ 2% เพราะความต้องการสินค้ายังมาก และยังเหลือสินค้าส่งออกต่อเนื่อง และก่อนปลายปีแต่ละประเทศจะเพิ่มสต็อกสินค้านำเข้าเพื่อจำหน่ายในเทศกาลปีใหม่
“ตอนนี้ธุรกิจจะผลิตหรือส่งออก ก็ต้องทยอยรับคำสั่งซื้อ เนื่องจากแบกภาระต้นทุนสูงหลายด้าน ทั้งดอกเบี้ยสูง ค่าใช้จ่ายประกันความเสี่ยงค่าเงิน การแข่งขันที่สูง หากรัฐจะปรับขึ้นค่าแรง 400 บาทอีก จะเป็นการซ้ำเติมธุรกิจ อยากให้รัฐชะลอการปรับค่าแรง 400 บาท ไปก่อน เพราะการปรับค่าแรงจะกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้ามาร์จิ้นต่ำ เช่น อาหาร เกษตร และเอสเอ็มอีที่สภาพคล่องการเงินไม่มาก จะกระทบหนัก ภาคเอกชนยังมองตัวเลขเป็นเหรียญ จะโตได้ 2% แต่ในแง่เงินบาทเดิมที่บาทไม่แข็งอย่างนี้ มองไว้เกิน 10 ล้านล้านบาท ก็ขึ้นอยู่ว่าหน่วยงานรัฐจะเร่งดูแลอย่างไร” นายชัยชาญ กล่าว

