“สศค.”แจงข้อเท็จจริงข่าวยกเลิกกองทุนสำรอง-ภาษีสุรา–น้ำตาล-ส่งเสริมมีบุตร

1.03.17 | 17:24 น.

นายพรชัย ฐีระเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียระบุว่ามีการยกเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 13 บริษัท ทำให้เกิดความตกใจว่ามีการยกเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจริงนั้น ขอชี้แจงว่าการยกเลิกดังกล่าวเป็นการยกเลิกเพื่อนำมารวบกัน ถือเป็นวิธีการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากเดิมทำแต่ละบริษัท มีต้นทุนค่าใช้จ่าย แต่มารวมกัน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน โดยในปี 2557 ที่ผ่านมามีการยกเลิกไป 13 กองทุน และรวมกันใหม่ ในปี 2558 ยกเลิกไปรวมกันใหม่ 7 กองทุน โดยล่าสุดเมื่อปี 2559 เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในภาพรวม มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกันสูงถึง 9.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2558 ดังนั้นการยกเลิกกองทุนสำรวงเลี้ยงชีพเพื่อยุบรวม เป็นเรื่องปกติ

นอจากนี้ยังมีข่าวในโลกออนไลน์กรณีรัฐบาลจะเร่งรัดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยเฉพาะ สุรา บุหรี่ เพิ่มสูงกว่าในปัจจุบันมาก ซึ่งจริงๆ แล้วตัวเลขที่พูดถึงนั้นเป็นตัวเลขเพดาน ยังไม่ได้มีการกำหนดอัตราการจัดเก็บที่แท้จริง ทางกรมสรรพสามิต ระบุว่าการปฏิรูปโครงสร้างครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า และยังกระทบต่อประชาชน

นายพรชัย กล่าวว่า ยังมีข่าวอีกว่าจะเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเกินเกณฑ์ที่กำหนด ขอบอกว่าตรงนี้ไม่ได้เก็บจากน้ำตาล แต่เป็นการเก็บจากความหวาน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือ ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ออกมา ต้องหารือกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานอาหารและยา(อย.) และภาคเอกชนอยู่ระหว่างเสนอข้อมูลเข้ามา กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาอยู่

“ขอชี้แจง 2-3 เรื่องเกี่ยวกับกระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิต โดยไม่อยากให้ประชาชนตระหนกกับข่าวมากนัก เพราะคนที่เผยแพร่อาจไม่เข้าใจ เห็นว่าตัวเลขมันสูงแล้วจับมาคูณกัน ใช้ช่องทางทางสื่อโซเซียน สื่อสิ่งพิมพ์มาให้ข่าว ให้เห็นว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีเพื่อหารายได้ ขอยืนยันว่าการจัดเก็บรายได้รัฐไม่ได้มีปัญหา ล่าสุดยังสามารถจัดเก็บได้เกินกว่าเป้าหมาย”นายพรชัย กล่าว

นายพรชัย กล่าวว่า ส่วนในเรื่องการเพิ่มขึ้นของประชากรนั้น กระทรวงการคลังได้ดำเนินการในส่วนนี้มาพอสมควร ทั้งการให้ลดหย่อนภาษีสรรพากร เพิ่มเติมสำหรับคนมีลูกจากเดิมลดหย่อน 1.5 หมื่นบาทเป็น 3 หมื่นบาท รวมถึงให้ลดหย่อนไม่จำกัดจำนวนบุตร จากเดิมให้เพียง 3 คน ซึ่งตรงนี้คงไม่เกี่ยวกับการไปเก็บภาษีจากสินสอด หรือสินสมรส จะเป็นการทำให้คนมีบุตรน้อยลง มองว่าไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่อยากนำมาโยง

Advertisement