อสังหาผวาบาทแข็งยาว สะเทือนคอนโดรอโอน 8 หมื่นล้าน ห่วงต่างชาติชะลอซื้อ ฝากธปท.เร่งดูแล
วันที่ 25 กันยายน นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า อยากขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)หามาตรการในการไม่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่ากระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวไปมากกว่านี้ รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ที่จะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าด้วย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่รอโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส4 ของปี 2567 มีมูลค่ากว่า 86,052 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้คิดเป็นลูกค้าต่างชาติอยู่ประมาณ 20-30% ดังนั้นจึงอยากให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันแก้ปัญหา
นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่เงินบาทแข็งค่าต่ำกว่า 33 บาทต่อดอลลาร์ขณะนี้ มีผลต่อกำลังซื้อตลาดต่างชาติที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย เนื่องจากจะต้องใช้เงินซื้อมากขึ้น อาจจะทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจ จึงอยากให้ธปท.หาแนวทางควบคุมค่าบาทไม่ให้แข็งค่าลงไปมาก อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอีก เพื่อให้เงินบาทอ่อนค่าขึ้น ซึ่งไม่ได้ส่งผลดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ยังกระตุ้นเศรษฐกิจและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากบาทแข็งด้วย เช่น การส่งออกและการท่องเที่ยว อีกทั้งการลดดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจและลดการผ่อนชำระหนี้ของภาคประชาชนได้ด้วย
”ปัจจุบันเราเจาะลูกค้าต่างชาติมากขึ้น เช่น จีน พม่า ไต้หวัน นำคอนโดยังมีโควต้าต่างชาติไม่เต็ม 49% ย่านพระราม 9 ไปโรดโชว์ที่ต่างประเทศ เช่น ปักกิ่ง ไต้หวัน ซึ่งได้ผลตอนนี้มีลูกค้าต่างชาติถึง 70% ส่วนคนไทยอยู่ที่ 30% และเดือนพฤศจิกายนนี้จะเปิดขายโครงการที่ภูเก็ต เน้นต่างชาติเป็นหลัก เป็นคอนโดกว่า 100 ยูนิต ราคายูนิตละ 4-5 ล้านบาท และวิลล่า 2 ยูนิต ราคายูนิตละ 60 ล้านบาท ซึ่งปี 2567 นี้ คาดมียอดขายต่างชาติกว่า 2,000 ล้านบาท จากรายได้รวมบริษัทที่ตั้งเป้าไว้ที่ 5,000-6,000 ล้านบาท“นายขจรศิษฐ์กล่าว
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 ยังมีแรงส่งจากมาตรการภาครัฐไม่พอ ถ้าได้แรงส่งจากดอกเบี้ยและมาตรการ LTV จะช่วยให้ตลาดฟื้นอย่างมีนัยสำคัญในการปิดยอดขายโค้งสุดท้ายในปลายปีนี้ ทั้งนี้ตลาดต่างชาติถือว่าสำคัญสำหรับตลาดคอนโดมิเนียม เพราะมีเม็ดเงินจากการโอนถึง25% หรือประมาณ 1 แสนล้านบาทของมูลค่าโอนคอนโดทั้งตลาดกว่า 4 แสนล้านบาท ถ้าตลาดต่างชาติหายไป ถือว่าอาจทำให้ตลาดฟุบได้เหมือนกัน แม้ว่าตลาดต่างชาติมีชะลอไปบ้างในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ที่บางสัญชาติติดปัญหาเรื่องการโอนเงิน เช่น เมียนมา จีน รัสเซีย ส่งผลต่อยอดโอนต่างชาติลดลงไปบ้าง
“แต่หลังจากนี้น่าจะคลี่คลาย หวังว่ายอดโอนห้องชุดของชาวต่างชาติปีนี้จะใกล้เคียงปี 2566 ซึ่งมีจำนวน 73,160 ล้านบาท ล่าสุดครึ่งแรกของปี 2567 มีจำนวน 32,888 ล้านบาท โดยสัญชาติจีนยังเป็นลูกค้าหลัก แต่ไม่ว่าอย่างไรมองว่าควรต้องรักษาดีมานด์ต่างชาติไว้ เพราะไม่อย่างนั้นจะมีผลต่อตลาดโดยรวมชะลอตัวได้”นายวิชัยกล่าว

