‘พิชัย’ จับมือ ‘ทูตจีน’ ปลดล็อกข้อกังวลสินค้าออนไลน์จีนดัมพ์ไทย พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ต่อยอดเพิ่มการค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว ลดไทยขาดดุลการค้า
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กันยายน ที่กระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวร่วมกับนายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ภายหลังการประชุมหารือแนวทางการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ไทย-จีน มุ่งกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนของสองประเทศว่า ประเด็นความกังวลเรื่องสินค้าจีนเข้าไทย ตนได้อภิปรายในสภาแล้วว่า ไม่อยากให้รู้สึกว่าจีนเป็นผู้ร้าย หลังอภิปรายในสภาตนได้ติดต่อกับทางสถานทูตจีน ซึ่งทางจีนรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและดีใจที่มีโอกาสได้พูดคุยกัน

ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนที่ดีต่อกันมาโดยตลอด และต่อเนื่องในอนาคต จีนมีขนาดประชากรที่ใหญ่ นักเศรษฐศาสตร์คาดเศรษฐกิจจีนจะยิ่งโตมากขึ้น จึงต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อประโยชน์ของสองประเทศโดยนายหาน ขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นคนแรกที่กล้าหาญมาพูดให้จีนทราบ ซึ่งตนเชื่อว่าไม่ควรปล่อยไว้ให้กระทบความสัมพันธ์ ได้พูดคุยเรื่องการค้าการลงทุนไทย

ทั้งนี้ ในการหารือมีประเด็นหลักๆ คือ 1.ทางไทยขอให้ทางจีนนำเข้าสินค้าไทยเพิ่มขึ้นเพื่อลดการขาดดุล ซึ่งทางจีนรับปากลงในรายละเอียด การนำเข้าสินค้าจากจีนของไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าทุน เพื่อใช้ในการผลิตและขายต่อ พร้อมหารือด้านการลงทุน ขณะนี้จีนเข้ามาลงทุนในไทยมากสุดแซงญี่ปุ่นแล้ว โดยเชิญชวนให้จีนมาลงทุนในไทยในอีอีซีมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทเซมิคอนดักเตอร์ และ PCB (แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์) ที่ตอนนี้ลงทุนหลายแสนล้านและเพิ่มเป็นล้านล้านบาทได้ อีกทั้งเกิดการจ้างงานจำนวนมาก ยกระดับรายได้แรงงานไทยพื้นฐานก็ได้ถึง 4 หมื่นบาทต่อเดือน มีทักษะเฉพาะด้านรายได้เป็นแสนบาทต่อเดือน

2.ทางไทยได้หารือในการเปิดช่องทางให้สินค้าไทยเข้าสู่แพลตฟอร์ม e-Commerce จีนมากขึ้น ตอนนี้มีการจัดงาน International Live Commerce Expo 2024 “มหกรรมไลฟ์คอมเมิร์ซนานาชาติ 2567” ที่นำอินฟลูจีน มาไลฟ์ขายสินค้าไทย ที่สามย่านมิตรทาวน์ 25-29 กันยายนนี้ เมื่อวานวันเดียวขายได้ถึง 320 ล้านบาท คาดใน 5 วันทะลุ 1,000 ล้านบาท และเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงการค้าของโลก และไทยจะเพิ่มจำนวนอินฟลูในการขายสินค้ามากขึ้นเพื่อขายสินค้าไปจีน

3.ผลักดันการท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมา 7-8 เดือนแรกปี 2567 นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยแล้วถึง 5 ล้านคน คาดว่าทั้งปีนี้เพิ่มเป็น 8 ล้านคน ถือเป็นรายได้หลักของไทย 4. ขอให้ทางจีนช่วยรับซื้อสินค้าเกษตรจากไทย เพราะประชากรจีนเยอะสามารถรองรับสินค้าเกษตรจากไทยได้มาก ซึ่งทางจีนยินดี 5.อยากให้ทางจีนช่วยพัฒนาทรัพยากรบุคคลในไทยรองรับเทคโนโลยีด้วย และ 6.ช่วยส่งเสริมนโยบายของรัฐเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ เช่น ภาพยนตร์ ล่าสุดเรื่อง หลานม่า ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน
“ไทยและจีน มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ถ้าเรามีช่องทางที่ดีเขายินดีให้ความร่วมมือ อยากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และกับทุกประเทศที่เข้ามา เราจะมีมาตรฐานในการตรวจสอบสินค้า ทั้ง มอก. อย. ซึ่งจะใช้บังคับกับทุกประเทศไม่ใช่เฉพาะจีน ทางจีนยินดีทำตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อดูแลสุขภาพความปลอดภัยของประชาชนคนไทย วันนี้ เราได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ให้ความร่วมมือระหว่างไทย-จีนแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ให้มีความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้น จีนจะเปิดให้ SMEs ไทยไปขายของผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของจีนมากขึ้น เป็นโอกาสของไทยที่จะขยายการส่งออกไปยังจีน ให้ SMEs ไทยมีโอกาสเติบโตมากขึ้น หวังว่าการพบกันครั้งนี้จะนำไปสู่ความรุ่งเรืองระหว่างไทยและจีนขยายยิ่งขึ้นในอนาคต” นายพิชัยกล่าว

ด้านนายหานกล่าวว่า อยากให้ประชาชนชาวไทยมองเห็นได้ว่าความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระหว่างจีนกับไทย จะนำมาซึ่งโอกาสการพัฒนาให้กับคนไทย ช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยให้ดีขึ้น ซึ่งจีนยินดีที่จะแบ่งปันโอกาสการพัฒนาและผลประโยชน์ให้กับคนไทย ยินดีให้ไทยใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ไปจำหน่ายสินค้าไทย ซึ่งในเรื่องการค้าการลงทุนระหว่างจีนกับไทย รวมถึงความกังวลเรื่องสินค้าส่งมาไทยขาดมาตรฐาน ไม่มีใบอนุญาต เอสเอ็มอีได้รับแรงกดดันมาก

ทางจีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก พยายามหาวิธีแก้ไขที่เหมาะสม หามาตรการมาควบคุมจัดการ ไม่อยากให้ไปเหมารวมความร่วมมือการค้าการลงทุนในเชิงลบ ทำลายผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ และขอชื่นชมรัฐบาลไทยและกระทรวงพาณิชย์ที่มีท่าทีถูกต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา คำนึงภาพรวมการค้าการลงทุนระหว่างไทยและจีน
ทั้งนี้ที่ผ่านมา จีนก็ให้การสนับสนุนการอำนวยความสะดวกส่งออกผลไม้สดจากไทยเข้าจีน มีการเข้ามาลงทุน คนจีนเข้ามาเที่ยวไทยคาดปีนี้ 8 ล้านคน ใช้จ่ายประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ผลักดันการค้าผ่านออนไลน์ ซึ่งการบริโภคในจีนมูลค่าเกิน 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าไทยก็สามารถเข้าไปได้ในการบริโภคส่วนนี้ด้วย ส่วนการนำเข้าสินค้าจีนของไทย พบว่า 40% เป็นกลุ่มเครื่องจักร ทุน เพื่อใช้การผลิต สินค้าสำเร็จรูปเพียง 10%
นายหานตอบคำถามเรื่องแพลตฟอร์ม TEMU ว่า บริษัท TEMU ได้รับทราบกฎระเบียบและข้อร้องต่างๆ โดย TEMU กำลังประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องของไทย เพื่อปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของฝ่ายไทย และกำลังจัดตั้งบริษัทและลงทะเบียนอย่างเป็นทางการที่ไทย ยินดีให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้มีความเข้มงวดในการตรวจสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศบังคับใช้ใช้กฎหมายในการควบคุมให้ถูกต้องตามมาตรฐานและกฎหมายของไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปี 2566 ไทยกับจีน มีมูลค่าค้าขายระหว่างกัน 1.04 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยลดการขาดดุลการค้ากับจีน 3.66 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.29 ล้านล้านบาท เฉพาะสินค้ากลุ่มทุนและเครื่องจักร


