หน้าแรก เศรษฐกิจ เข้าระบบ 5 ช่...

เข้าระบบ 5 ช่องทาง เช็กสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท รัฐโอนเข้าบัญชี ถอนเงินสดได้ทันที

26.09.24 | 16:06 น.

เริ่มวันนี้ เข้าระบบ เช็กสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท 5 ช่องทางตรวจสอบสิทธิ แจกเงินสด ผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2567-แอพพ์รัฐจ่าย ใครได้เงินบ้าง? กลุ่มเปราะบาง ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนพิการ กรมบัญชีกลางโอนเงินเข้าบัญชีทุกคนที่มีรายชื่ออยู่ในระบบ กดเงินสด-เบิกเงินสดได้ทันที

วันที่ 2 ของการแจกเงินหมื่นกลุ่มเปราะบางผ่าน “โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2567” หรือเดิม โครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท อัพเดตล่าสุด เริ่มแล้ว เข้าระบบ เช็กสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน 5 ช่องทางตรวจสอบสิทธิแจกเงินหมื่น แจกเงินสด 10,000 บาท กลุ่มเปราะบาง ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนพิการ 14.55 ล้านคน ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ

โดยเว็บไซต์ govwelfare.cgd.go.th/welfare/check10000 และ govwelfare.cgd.go.th เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็น 1 ใน 2 ช่องทางให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มคนพิการสามารถเช็กสิทธิเพื่อตรวจสอบการรับเงินสด 10,000 บาท

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 “กรมบัญชีกลาง” โอนเงินดิจิทัลวอลเล็ต เข้าบัญชีทุกคน ที่มีรายชื่อในระบบสามารถกดเงินสดได้ทันที

Advertisement

ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้มีมติเห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ (โครงการ) ตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

โดยมีนโยบายสำคัญที่จะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ควบคู่กับการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก

สำหรับ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2567 รัฐบาลจะสนับสนุนเงินจำนวน 10,000 บาทต่อคน ให้แก่กลุ่มเป้าหมายกลุ่มรวมจำนวนประมาณ 14.55 ล้านราย วงเงินรวม 1.45 แสนล้านบาท โดยผู้มีสิทธิได้รับเงิน สามารถนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตโดยไม่จำกัดประเภทร้านค้า

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงหนึ่งในการเป็นประธานในงานเปิดตัว (Kick Off) การโอนเงินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการว่า

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบนี้จะถึงมือพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบางจำนวน 14.55 ล้านคน โดยแบ่งเป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 12.40 ล้านคน และกลุ่มคนพิการจำนวน 2.15 ล้านคน

ทุกคนจะได้รับเงินสดคนละ 10,000 บาท ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผ่านช่องทางการรับเบี้ยเดิมของผู้พิการ ไม่ว่าจะเคยได้รับเงินผ่านบัญชีธนาคาร หรือได้รับเงินสดผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะได้รับเงินในวิธีการเดิม

ที่สำคัญเงินจำนวนนี้ไม่มีเงื่อนไขในการใช้จ่ายแต่อย่างใด เมื่อเงินเข้าบัญชีสามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันที เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด และถึงมือพี่น้องประชาชนมากที่สุด ซึ่งการโอนเงินจะทยอยโอนให้ถึงมือพี่น้องประชาชนภายใน 4 วันโดยเริ่มที่วันนี้เป็นวันแรก

นโยบายนี้จะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชน สร้างโอกาส สร้างความหวัง นำไปสู่การพัฒนาเพื่อต่อยอดคุณภาพชีวิต ให้พี่น้อง มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี อย่างที่ได้เคยกล่าวไว้

เงินหนึ่งหมื่นบาทเป็นจำนวนที่จะทำให้พี่น้องประชาชนหลายคนมีโอกาสสร้างชีวิตใหม่ มากพอที่เมื่อรวมกันหลายคนสามารถนำไปลงทุนทำมาค้าขาย สร้างหรือต่อยอดธุรกิจพร้อมรับโอกาสดีๆ ที่จะเข้ามา รัฐบาลเราเชื่อในศักยภาพของพี่น้องคนไทยเสมอ เมื่อมีโอกาสมาถึงมือจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างแน่นอน

ช่องทางเช็กสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รับแจกเงิน 10,000 บาท ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

  • เว็บไซต์ https://โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ2567.cgd.go.th
  • เว็บไซต์ https://govwelfare.cgd.go.th
  • เว็บไซต์ https://govwelfare.dep.go.th/check (เฉพาะคนพิการ)
  • แอพพลิเคชั่น “รัฐจ่าย” ทั้งระบบ IOS และระบบ Android (โดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง)
  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติ โทร 0-2109-2345 กด 1 กด 5 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ หลังจากตรวจสอบสิทธิแล้ว หลังจากนั้นระบบจะขึ้น “ผลการตรวจสอบ” หากได้รับสิทธิจะขึ้นข้อความ วันที่โอนเงิน อาทิ โอนเงินวันที่ 25 กันยายน 2567, โอนเงินวันที่ 26 กันยายน 2567, โอนเงินวันที่ 27 กันยายน 2567, โอนเงินวันที่ 30 กันยายน 2567 แต่ถ้าไม่ได้รับสิทธิจะขึ้นข้อความ “ไม่พบข้อมูล”

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางจะเริ่มทยอยจ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 เป็นต้นไป โดยขณะนี้กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางได้เตรียมความพร้อมที่จะจ่ายเงิน ดังนี้

  • วันที่ 25 กันยายน 2567 : คนพิการ และผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีเลขประจำตัวประชาชนหลักสุดท้ายเป็นเลข 0
  • วันที่ 26 กันยายน 2567 ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีเลขประจำตัวประชาชนหลักสุดท้ายเป็นเลข 1-3
  • วันที่ 27 กันยายน 2567 ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีเลขประจำตัวประชาชนหลักสุดท้ายเป็นเลข 4-7
  • วันที่ 30 กันยายน 2567 ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีเลขประจำตัวประชาชนหลักสุดท้ายเป็นเลข 8-9

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรณีคนที่ยังไม่ได้เปิดบัญชีพร้อมเพย์ สามารถไปดำเนินการได้ หากในวันที่มีการโอนแล้วยังตกหล่น หรือไม่ผ่านก็จะมีการโอนซ้ำอีก 3 ครั้ง ครั้งแรกในวันที่ 22 ตุลาคม ครั้งที่ 2 วันที่ 22 พฤศจิกายน และครั้งที่ 3 ในวันที่ 22 ธันวาคม หากประชาชนอยู่ในกลุ่มที่จะได้รับแต่ไม่ได้รับเงินในช่วงดังกล่าว ก็จะมีการทดลองโอนอีก 3 ครั้ง ระหว่างนั้นประชาชนสามารถไปแก้ไขการผูกบัญชีให้เรียบร้อยครบถ้วน