กทพ. เปิดแผนสร้าง ทางด่วนศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ งบ 2 หมื่นล้าน คาดเปิดปี 73
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 กันยายน ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคาร เจ ดับบลิว ทาวเวอร์ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี รองผู้ว่าการ (ยุทธศาสตร์และแผน) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผย หลังเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ) โครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการสรุปผลการศึกษา ซึ่งได้อาศัยความร่วมมือกับกรมทางหลวง (ทล.) ภายใต้กระทรวงคมนาคมและหลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน กทพ.จะรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการจัดทำโครงการ คาดว่าใช้เวลาราว 3-4 เดือนแล้วเสร็จ เพื่อเสนอขออนุมัติการลงทุนตามขั้นตอน
สำหรับโครงการทางพิเศษ สายศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทางรวม 15.8 กิโลเมตร จะใช้งบประมาณการลงทุนราว 20,710 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าก่อสร้าง 19,145 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ 840 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 725 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างก่อสร้าง โดยเมื่อพิจารณาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจของโครงการ พบว่า มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ เท่ากับ 6,169.75 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ เท่ากับร้อยละ 14.35 อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อทุน เท่ากับ 1.52 ดังนั้นโครงการมีความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากมีอัตราผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ ที่สูงมากกว่าร้อยละ 12
นายกาจผจญ กล่าวว่า ทาง กทพ.ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาได้ศึกษาโครงการ มาแล้ว 2 ครั้ง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 และเดือนมีนาคม 2567 โดย ล่าสุดได้ข้อสรุปรูปแบบการก่อสร้าง ,ต้นทุน ,รูปแบบการพัฒนาโครงการฯ ตลอดจนพื้นที่ผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งทาง กทพ.ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยจัดประชุมการแสดงความคิดเห็นแสดงเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด

ขณะเดียวกัน นายกาจผจญ เผยว่า เพื่อเป็นไปตามแผนโครงการ ทาง กทพ. จะจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้วเสร็จ ภายในปี 2567 หลังจากนั้นจะขออนุมัติรายงานอีไอเอ ภายในปี 2568-2570 โดยจะเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินภายในปี 2569-2571 และก่อสร้างภายในปี 2570-2573 คาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ภายในปี 2573
สำหรับแนวเส้นทางในโครงการทางพิเศษ สายศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เริ่มจากจุดเริ่มต้นบริเวณเกาะกลางระหว่างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 และทางบริการ ทั้ง 2 ฝั่ง (ทิศเหนือ-ทิศใต้) ซึ่งเป็นทางยกระดับ 2 ฝั่งแบ่งทิศทาง (ไป-กลับ) ทิศทางละ 2 ช่องจราจร เมื่อผ่านทางแยกต่างระดับศรีนครินทร์ ทางยกระดับด้านทิศเหนือจะเบี่ยงลงมารวมกับทางยกระดับด้านทิศใต้เป็นโครงสร้างทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร เป็นระยะทางประมาณ 8.95 กิโลเมตร
ก่อนจะแยกโครงสร้างเป็น 2 ฝั่งของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 บริเวณจุดตัดถนนร่มเกล้า และเข้าเชื่อมทางเข้า-ออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นเส้นทางหลักลดระดับลงบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 บริเวณหน้าสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ทั้งนี้ โครงการจะมีการกำหนดจุดเข้า-ออกทางพิเศษโครงการทั้งหมด 3 จุด ประกอบด้วย
1.จุดเริ่มต้นโครงการ (ทางแยกต่างระดับศรีนครินทร์) โดยมีทางขึ้น-ลง 4 ทิศทาง
2.ทางเชื่อมเข้า-ออกท่าอากาศยาน
สุวรรณภูมิ โครงสร้างจะแยกออกจากเส้นทางหลัก โดยมีทางเลี้ยวรูปแบบ ทางแยกต่างระดับให้มีช่องทางต่อเชื่อมกึ่งตรง หรือตรง ในทิศทางเลี้ยวขวาเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนทิศทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเลี้ยวซ้ายเข้าสู่โครงการไปทางพระราม 9 เป็นทางเลี้ยวรูปแบบทางแยกต่างระดับให้มีช่องทางต่อเชื่อมกึ่งตรง หรือตรงเช่นกัน
3. จุดสิ้นสุดโครงการ (ตำแหน่งทางขึ้น-ลงลาดกระบัง) เมื่อผ่านจุดเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แนวเส้นทางจะข้ามทางเข้า-ออกสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง ก่อนจะกดระดับลงพื้น และผ่านด้านข้างของสะพานกลับรถเดิมก่อนจะเข้าเชื่อมกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7
นอกจากนี้ นายกาจผจญ เผยว่า รูปแบบของระบบจัดเก็บค่าผ่านทางที่เหมาะสมเป็นแบบระบบเปิด โดยจัดเก็บค่าผ่านทางแบบใช้พนักงาน และแบบอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกัน โดยมีด่านเก็บค่าผ่านทางอยู่บนโครงสร้างทางยกระดับบริเวณทางแยกต่างระดับร่มเกล้า ประกอบด้วยฝั่งขาเข้า (มุ่งหน้าไปพระราม 9) จำนวน 8 ช่องจราจร และฝั่งขาออก (มุ่งหน้าไปลาดกระบัง) จำนวน 7 ช่องจราจร

