ดีอี เตือนอย่าแชร์! ข่าวผู้พิการทำบัตรหลัง 31 ส.ค.67 จะไม่ได้รับสิทธิเงินหมื่น เป็นข่าวปลอม
เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวง กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 20-26 กันยายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 842,624 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 310 ข้อความ
สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 294 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 16 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 232 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 107 เรื่อง
ทั้งนี้ กระทรวงดีอีได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 103 เรื่อง
กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 50 เรื่อง
กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 40 เรื่อง
กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 5 เรื่อง
กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 34 เรื่อง
นายเวทางค์กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ หน่วยงานและโครงการของรัฐ โดยเฉพาะโครงการโอนเงิน 10,000 ให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรคนพิการ ข่าวผลิตภัณฑ์สุขภาพ และสุขภาพของประชาชน ซึ่งเป็นข่าวที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่
อันดับที่ 1 : เรื่อง ผู้พิการที่ทำบัตรผู้พิการหลัง 31 ส.ค.67 จะไม่ได้รับสิทธิ์เงินดิจิทัล 10,000 บาท
อันดับที่ 2 : เรื่อง Up5 Sure Digestion ช่วยรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้
อันดับที่ 3 : เรื่อง ดื่มเบียร์ช่วยรักษาโรคความดันต่ำ
อันดับที่ 4 : เรื่อง บัตร 10 ปีที่ต่างด้าวได้รับ ถูกจำหน่ายออกจากระบบ
อันดับที่ 5 : เรื่อง ภายใน 25 วัน จะเกิดสึนามิฝั่งอ่าวไทย คลื่นสูง 14-20 เมตร
อันดับที่ 6 : เรื่อง 5 วิธีปฏิบัติ เลี่ยงการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
อันดับที่ 7 : เรื่อง อำเภอละงูฝนตกน้ำท่วม แต่น้ำทะเลลดลงผิดปกติ เฝ้าระวังการเกิดสึนามิ
อันดับที่ 8 : เรื่อง ลุกจากที่นอนกะทันหัน ทำให้กระดูกกะโหลกศีรษะแตก หัวใจหยุดเต้น
อันดับที่ 9 : เรื่อง 10 อาหารป้องกันการติดเชื้อไวรัสและไซนัสเรื้อรัง
อันดับที่ 10 : เรื่อง เปิดโทรศัพท์มือถือเวลา 00:30-03:30 น. รังสีคอสมิกเข้าใกล้โลก ทำให้ร่างกายเกิดอันตราย
“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการตามนโยบายของรัฐบาล หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะโครงการโอนเงิน 10,000 ให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรคนพิการ ข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ และสุขภาพของประชาชน รวมทั้งข่าวที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน อาจเกิดความเสียหาย การเข้าใจผิด เกิดเป็นความวิตกกังวลให้กับประชาชนเป็นวงกว้างหากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์กล่าว
สำหรับอันดับ 1 เรื่อง ผู้พิการที่ทำบัตรผู้พิการหลัง 31 ส.ค.67 จะไม่ได้รับสิทธิ์เงินดิจิทัล 10,000 บาท พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยกระทรวงดีอีได้ประสานงานกับสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบเงินที่จะมอบให้พี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง รายละ 10,000 บาท รัฐบาลได้ขยายเวลาลงทะเบียนให้กับคนพิการทุกคนทั่วประเทศ ไปจนถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2567 โดยผู้พิการที่ทำบัตรผู้พิการหลัง 31 สิงหาคม 2567 ยังสามารถทำเรื่องลงทะเบียนได้จนถึงวันเวลาที่กำหนด
ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยหากประชาชนสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โทร 1300 หรือเว็บไซต์ https://www.m-society.go.th
ด้านข่าวปลอม อันดับ 2 “Up5 Sure Digestion ช่วยรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้” พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยกระทรวงดีอีได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่า กรณีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ Up5 Sure เป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่ง อย.จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ต่อไป โดยหากประชาชนสนใจข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือหากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1556
อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

