พณ.เผย 8 เดือน ผุดธุรกิจใหม่ 6.1 หมื่น รองรับมาตรการกระตุ้นศก.รัฐบาล “อิ๊งค์ 1” ต่างชาติขนเงินลงทุนกว่า1แสนล้าน ร้านอาหาร รายได้พุ่ง25%
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนสิงหาคม 2567 มียอดจดตั้งธุรกิจใหม่ 7,599 ราย เทียบปีก่อนเพิ่มขึ้น 2.36% และทุนจดทะเบียน 17,649.67 ล้านบาท ลดลง 29.13% ธุรกิจตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก คือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป, อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร
ขณะที่จดทะเบียนเลิกธุรกิจมี 2,063 ราย เพิ่ม 2.79% และทุนจดทะเบียน 13,813.93 ล้านบาท เพิ่ม 96.28% สาเหตุทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นมาก จากการเลิกกิจการของธุรกิจโรงงานผลิตและจำหน่าย ให้เช่าเทปคาสเซ็ท แผ่นเสียง ที่มีทุนจดทะเบียนเกิน 1,000 ล้านบาท
จึงส่งให้ยอดจดตั้งธุรกิจช่วง 8 เดือนแรกปี 2567ว่า มีรวม 61,819 ราย เพิ่ม 0.42% และทุนจดทะเบียน 186,432.87 ล้านบาท ลดลง 60.35% เทียบปี 2566 ธุรกิจจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก คืออสังหาริมทรัพย์, ก่อสร้างอาคารทั่วไป และ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร ส่วนจดเลิกธุรกิจ 8 เดือนแรก มี 9,992 ราย ลดลง 8.92% ทุนจดทะเบียนเลิกสะสม 99,393.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.89% สาเหตุทุนจดทะเบียนเลิกสูงกว่าปกติ เนื่องจากเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีเลิกกิจการของธุรกิจด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร ทุนจดทะเบียนกว่า 48,209.34 ล้านบาท
นางอรมน กล่าวว่า จดตั้งธุรกิจใหม่ 8 เดือนแรก เพิ่มขึ้นกระจายตัวทุกธุรกิจ อาทิ ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้า โรงแรมที่พักและการท่องเที่ยว ธุรกิจด้านซอฟต์พาวเวอร์ เช่น ผลิตสุราพื้นบ้าน สื่อภาพยนต์ ธุรกิจการดูแลสุขภาพ ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นในมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงินหมื่นบาทของภาครัฐ รวมทั้งการส่งออกและท่องเที่ยวยังขยายตัวดี ส่วนปัจจัยเสี่ยงต้องติดตาม เช่น ปัญหาอุทกภัย ที่จะกระทบเศรษฐกิจระยะสั้น แต่กรม คงคาดการณ์ยอดจดตั้งธุรกิจใหม่ทั้งปี 2567 ไว้ที่90,000 – 98,000 ราย
นางอรมน กล่าวว่า การอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบ ธุรกิจในประเทศไทยภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ช่วง8 เดือนแรกปี 2567 มี 535 ราย เงินลงทุนรวม 100,062 ล้านบาท ต่างชาติลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น 136 ราย เงินลงทุน 53,176 ล้านบาท, สิงคโปร์ 82 ราย เงินลงทุน 8,438 ล้านบาท และสหรัฐ 76 ราย เงินลงทุน 3,589 ล้านบาท
เมื่อวิเคราะห์เชิงลึก พบว่า ช่วง3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหาร มีแนวโน้มการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยปี2566 ตั้งธุรกิจใหม่ 4,017 ราย เพิ่ม 32.97% ทุนจดทะเบียน 8,078.63 ล้านบาท เพิ่ม 22.62% และช่วง 8 เดือนแรก มีร้านอาหารตั้งใหม่ 2,847 ราย ทุน 5,826.03 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันมีธุรกิจร้านอาหารในไทยรวม 44,508 ราย ทุนรวม 220,916.70 ล้านบาท ส่วนใหญ่ 98.58% เป็นธุรกิจขนาดเล็ก และตั้งอยู่ในกรุงเทพฯมากที่สุด เช่น เขตวัฒนา บางรัก และคลองเตย
นางอรมน กล่าวว่า ช่วง3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหารสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 63,000 ล้านบาท ปี 2566 มีรายได้ 306,618.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.45% ทำกำไรดีขึ้น โดยปี 2566 ร้านอาหารในกรุงเทพ มีกำไรสูงถึง 10,369.91 ล้านบาท คิดเป็น 106.90% ของกำไรปี 2566 สำหรับการลงทุนของต่างชาติในธุรกิจร้านอาหาร พบว่า มูลค่าลงทุนของต่างชาติอยู่ที่ 29,071.35 ล้านบาท ประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐ มูลค่า 6,075.23 ล้านบาท คิดเป็น 20.90%, ญี่ปุ่น 3,162.46 ล้านบาท คิดเป็น 10.88%, จีน 2,326.24 ล้านบาท คิดเป็น 8.00%, อินเดีย 2,168.02 ล้านบาท คิดเป็น 7.46% และฝรั่งเศส 1,607.03 ล้านบาท คิดเป็น 5.53% “
สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจร้านอาหารเติบโตเนื่องจาก มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มาช่วยบริหารจัดการร้าน การสั่งอาหารหรือการโฆษณาร้านผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ มีการสร้างสรรค์เมนู และบริการใหม่ อาทิ การเสริฟอาหารแบบ Fine Dining และ Chef’s Tableส่งผลต่อการดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้เข้าร้านอาหารมากขึ้น

