หน้าแรก เศรษฐกิจ ธปท. รับบาทแข...

ธปท. รับบาทแข็งเร็วตามภูมิภาค แต่ไม่ได้แข็งสุด ยันท่องเที่ยวไม่สะดุด-ส่งออกกระทบแค่บางกลุ่ม

30.09.24 | 16:52 น.

ธปท. รับบาทแข็งเร็วตามภูมิภาค แต่ไม่ได้แข็งสุด ยันท่องเที่ยวไม่สะดุด-ส่งออกกระทบแค่บางกลุ่ม

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็วตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ตามทิศทางการปรับดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นหลัก หลังจากมีการปรับลดดอกเบี้ยที่มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รวมถึงเห็นเครื่องชี้วัดแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดที่ชี้ว่าทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไปจะเป็นขาลงแล้ว โดยเงินบาทแข็งค่านำสกุลเงินอื่นในภูมิภาคเพราะมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อาทิ ความมีเสถียรภาพทางการเมืองไทย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนในการดำเนินนโยบาย รวมถึงราคาทองคำโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นมีน้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทประมาณ 60%

“ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ค่าเงินเยนที่มีโอกาสเห็นธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ปรับดอกเบี้ยลง รวมถึงค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในจีนที่จะหนุนบรรยากาศตลาดการเงินของจีนดีขึ้น ทำให้ประเทศไทยแข็งค่าตามสกุลเงินในภูมิภาคเดียวกัน แต่มีมาเลเซียที่ค่าเงินแข็งค่ามากกว่าไทย โดยแข็งขึ้น 11% ซึ่ง ธปท.มีการติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินใกล้ชิด และดูแลในช่วงที่ค่าเงินบาทผันผวนแรงเพื่อลดผลกระทบ” นางสาวชญาวดีกล่าว

ส่งออกบางกลุ่มถูกกระทบ
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ค่าเงินบาทที่มีผลต่อการส่งออก ยอมรับว่าฝั่งกลุ่มผู้ส่งออกที่ส่งออกสินค้าแล้วแลกเงินเปลี่ยนมาเป็นเงินบาทอาจมีผลกระทบทำให้รายได้ลดลง แต่ในกลุ่มที่นำเข้าสินค้าส่วนนี้ได้อานิสงส์เชิงบวก เพราะนำเข้าสินค้า หรือเครื่องจักรได้ในราคาที่ต่ำลง กลุ่มสินค้าที่มีผลกระทบเพราะส่งออกเป็นหลัก ไม่ได้มีการนำเข้าเนื่องจากผลิตเอง เป็นสินค้ากลุ่มเกษตร โดยหากหากมองตามสถิติที่ผ่านมาแม้ค่าเงินบาทจะแข็ง แต่จำนวน หรือปริมาณการส่งออกไม่ได้มีผลกระทบมากเท่าที่ควร เพราะหากมีความต้องการ (ดีมานด์) สินค้าในตลาดโลกอย่างไรก็มีการส่งออกตามปริมาณอุปสงค์ในประเทศคู่ค้ามากกว่า

ท่องเที่ยวตัวหลักดันศก.
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ด้านภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทย แต่ในเดือนสิงหาคม การท่องเที่ยวชะลอตัวลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลง ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงหลังเร่งไปในช่วงก่อนหน้า แต่ยังทรงตัวอยู่ โดยรายได้ในภาคการท่องเที่ยว ลบเพียง 0.1% เทียบกับเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา แม้การใช้จ่ายต่อวันจะปรับขึ้นเล็กน้อย โดยนักท่องเที่ยวที่ลดจำนวนลงเป็นประเทศระยะใกล้ ได้แก่ มาเลเซียและจีน หลังจากเร่งไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้า และประเทศในระยะไกล อาทิ เยอรมัน ฝรั่งเศส เนื่องจากสิ้นวันหยุดยาวหน้าร้อน และอาจเป็นการชะลอตัวลงก่อนเริ่มหยุดในช่วงสิ้นปีอีกครั้ง

Advertisement

บาทแข็งไม่ฉุดจำนวนต่างชาติเที่ยวไทย
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ส่วนเงินบาทที่แข็งขึ้นจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเปลี่ยนใจไปเที่ยวประเทศคู่แข่งหรือไม่ มองว่าการท่องเที่ยวเป็นสินค้าที่แทนกันไม่ได้ ทำให้ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอาจกระทบต่อการใช้จ่ายที่ลดลงเมื่อเที่ยวไทยบ้าง อาทิ นักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล จำนวนการเข้ามาเที่ยวไทยคงไม่ได้เปลี่ยนแปลง เพราะมีการวางแผนไว้แล้ว ทำให้มีนักท่องเที่ยวอีกหลายกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบ โดยอีก 3 เดือนที่เหลือของปีนี้ จะเข้าสู่ช่วงฤดูการท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นมามากที่สุดเทียบทั้งปี เพราะเป็นช่วงที่ส่งออกเยอะและการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในแง่จำนวนหากตัดสินใจมาแล้วก็มาตามปกติ แต่ในแง่การใช้จ่ายอาจลดลง ซึ่งต้องมองภาพรวมในเศรษฐกิจมากกว่า

แจกเงินหมื่นดันใช้จ่ายคึกคัก
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า โครงการแจกเงิน 10,000 บาท ที่โอนให้ในกลุ่มเปราะบางก่อน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ ธปท.สนับสนุนให้มีการดูแลจากภาครัฐนั้น ช่วงที่ผ่านมาเห็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น มีความคึกคักมากขึ้น เพราะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียม ทำให้ผลในภาพรวมอาจต้องประเมินเพิ่มเติมอีกครั้ง ว่าในแง่ของการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หากเป็นการซื้อสินค้าเพื่อบริโภคและการลงทุน จะเกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน มีการสร้างรายได้ในอนาคตมากขึ้น แต่หากใช้ชำระหนี้ หรือซื้อสินค้านำเข้าก็อาจไม่ได้มีการหมุนต่อของเม็ดเงิน และหลุดรั่วออกไปจากเศรษฐกิจไทยได้ ทำให้ต้องประเมินเครื่องชี้วัดในภาคต่างๆ ทั้งการบริโภคและการลงทุนอีกครั้ง

ศก.เดือนส.ค.ทรงตัว
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ภาพเศรษฐกิจในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาถือว่ายังทรงตัวอยู่ เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศบางจุดชะลอตัวลงบ้าง ขณะที่อุปสงค์ต่างประเทศปรับตัวดีขึ้นบ้าง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนลดลงจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวหลังจากเร่งไปในเดือนกรกฎาคม ประกอบกับสินค้าคงคลังในหลายหมวดยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ผลิตออกมาได้ไม่มากนัก ส่วนผลผลิตการเกษตรปรับเพิ่มขึ้นจากผลไม้ อาทิ ลำไย มังคุด ตลาดแรงงานปรับดีขึ้นจากการจ้างงานทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการสอดคล้องกับสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานที่ปรับลดลง การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน

น้ำท่วมดันเงินเฟ้ออาหารสดเพิ่ม
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานอยู่ที่ 0.35% จากเดิมอยู่ที่ 0.83% ในเดือนก่อนหน้า เพราะฐานสูงในปี 2566 รวมถึงน้ำมันกลุ่มเบนซินที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลกจากความกังวลเศรษฐกิจโลก และอุปสงค์ในจีนที่ลดลง ส่วนหมวดอาหารสดเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามราคาผักที่มีผลผลิตลดลงจากปัญหาน้ำท่วมในบางพื้นที่ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามราคาอาหารสำเร็จรูป เพราะมีการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มเติม ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลอยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นตามดุลการค้า ตามมูลค่าการนำเข้าที่ลดลงเป็นหลัก ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ความเชื่อมั่นปชช.-ธุรกิจลดฮวบ
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงต่อเนื่อง มีความกังวลเรื่องค่าครองชีพในระดับสูง เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ช้า สถานการณ์น้ำท่วม และปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ ปรับลดลงตามภาคการผลิตเป็นสำคัญ ขณะที่ความต้องการในประเทศต่ำเป็นอุปสรรคที่ภาคธุรกิจมีความกังวลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีความกังวลใน 5 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ต้นทุนการผลิตสูง 2.ปรับราคาสินค้าได้ยาก 3.ความต้องการในประเทศต่ำ 4.แข่งขันในประเทศรุนแรง และ 5.ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ