หน้าแรก เศรษฐกิจ ทองคำร่วง 550...

ทองคำร่วง 550 บาท หลังค่าเงินบาทแข็งสุดรอบ 2 ปี 7 เดือน กูรูชี้แนวโน้มยังเป็นขาขึ้นต่อ

30.09.24 | 18:40 น.

ทองคำร่วง 550 บาท หลังค่าเงินบาทแข็งสุดรอบ 2 ปี 7 เดือน กูรูชี้แนวโน้มยังเป็นขาขึ้นต่อ

เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง เปิดเผยว่า ภาพตลาดทองคำมีการปรับเปลี่ยนราคากว่า 8 ครั้ง รวมเป็นการปรับตัวลดลงแรงกว่า 550 บาทต่อบาททองคำ ทำให้ราคาทองคำแท่ง รับซื้ออยู่ที่ 40,300 บาทต่อบาททองคำ ขายออก 40,400 บาทต่อบาททองคำ ทองรูปพรรณ รับซื้อ 39,567.60 บาทต่อบาททองคำ ขายออก 40,900 บาทต่อบาททองคำ ทองสปอต 2,650.50 อัตราค่าเงินบาท 32.18 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แม้ยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้าส่งผลกระทบอย่างมีนัยยะ แต่ตลาดทองคำกลับผันผวนรุนแรง หลังจากราคาทองโลกปรับตัวลงแรง และถูกซ้ำเติมด้วยค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่ามากขึ้นต่อเนื่อง โดยแม้มีแรงเทขายทำกำไรออกมาเล็กน้อย แต่คาดว่าเป็นการปรับตัวลงของราคาทองคำระยะสั้น และอาจไม่มากนัก ซึ่งราคาทองคำยังคงมีทิศทางขาขึ้นในระยะยาว ขณะที่สัญญาณจากทางเทคนิคยังสะท้อนราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้

“ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อย แต่ก็ยังทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากแรงเทขายทำกำไร โดยราคาทองคำยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครั้งใหญ่อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ รวมถึงความตึงเตรียดในตะวันออกกลาง จากที่อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มกองกำลังติดอาวุธหลายสิบแห่งทั่วเลบานอน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการสังหารฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์โดยอิสราเอลแล้ว ทำให้ความตึงเครียดรุนแรงมากขึ้น” นายธนรัชต์กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าทะลุแนวระดับ 33.00 และ 32.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ไปทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 31 เดือนที่ 32.36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยนับเป็นการแข็งค่าสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา หรือในรอบประมาณ 2 ปี 7 เดือน โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นตามภาพรวมของสกุลเงินในเอเชีย นำโดยเงินหยวนที่ได้รับอานิสงส์จากความหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการจีน นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกที่ไปทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ สวนทางบรรยากาศของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ยังอ่อนแอต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในระยะข้างหน้า